สวัสดีค่ะ เราเป็นเด็กนักศึกษาปี 5 คริสเตียนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่มีโอกาสเดินตามความฝันของตัวเองไปในดินแดนที่คนไทยไม่ค่อยมีคนรู้จัก ขอแทนตัวเองต่อจากนี้ว่าวิจิตรานะคะ

ในซีรีส์หลายตอนต่อจากนี้ เราจะมาเล่าประสบการณ์ ที่ได้ผ่านความผิดหวัง การถูกพระเจ้าตีสอน และการรอคอยพระเจ้าอย่างมีความหวังกับการเดินทางไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนในดินแดนอันไกลโพ้น หวังใจว่าเรื่องที่เราจะเล่าต่อไปนี้ ทั้งประสบการณ์ที่ผิดพลาด น่ายินดี และความขำ เปิ่น โก๊ะของเราจะสามารถหนุนใจเพื่อนๆ ที่กำลังแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้าในการไปเรียนต่อได้นะคะ


1_FN


ความฝัน” 

รู้จักไหม คืออะไรคะ?
ตอนเด็กกับตอนโต ความฝันนั้นเหมือนกันไหมคะ?
เราแต่ละคนทำสำเร็จมาแล้วกี่เปอร์เซ็นต์?

 

แน่นอนว่าวิจิตราก็มีความฝัน ความฝันของเราคือการได้ไปเรียนต่างประเทศ ประเทศไหนก็ได้ ด้วยความหลังฝังใจในวัยเด็กว่า การไปเรียนต่างประเทศมันดูดีจังเลย ใครได้ไปก็ดูเป็นคนเก่ง ดูมีความรู้ ดูเท่ ดูชิค นางเอกเรื่องไหนๆ พออกหักก็หนีไปต่างประเทศ (ทำไมพวกนางดูรวย?) ในตอนนั้นมันเป็นแค่ความรู้สึกอยากไป อยากไป และ อยากไป

 

ขึ้นชื่อว่าความฝันแล้ว ย่อมขัดกับความจริงของชีวิต อะไรที่ได้มาง่ายๆ ดูมันจะไม่ใช่ความฝันซักเท่าไหร่ ความฝันมันต้องดูสูงส่ง ดูยาก ดูเข้าถึงลำบากสิ และความลำบากของวิจิตราในการไปเรียนต่างประเทศก็คือเรื่องเงิน มันต้องใช้เงินเยอะมาก และครอบครัวเรารวยมากค่ะ (รวยบนแผ่นดินสวรรค์นะคะ ซึ่งยังถอนมาใช้ในโลกไม่ได้!)

 

นั่นเป็นเหตุผลที่ชีวิตตั้งแต่มัธยมจนถึงมหาลัย เราคอยมองหาทุนแลกเปลี่ยน เพื่อเดินตามความฝัน ของเรา (คือได้หมดอ่ะ จะเกาหลี จีน ญี่ปุ่น อเมริกา ออสเตรเลีย ไปไหนก็ได้ อิเจ๊ไปได้หมด)

 

การทำตามความฝันไม่ใช่เรื่องผิดนะ
แต่การทำตามความฝันแบบไม่มีพระเจ้าร่วมอยู่ด้วย
มันคือการลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดไป 

 

เราเป็นคนตั้งใจเรียนและผลการเรียนค่อนข้างดีมาตลอด (ก็คือค่อนข้างฉลาดนั่นเอง 55+) สิ่งนี้ทำให้เราค่อนข้างมั่นใจในตัวเองมาก เราสมัครทุนแลกเปลี่ยนครั้งแรกตอน .5 ผ่านรอบข้อเขียน แต่รอบสัมภาษณ์ได้สำรองอันดับที่ 64  ถ้าถามว่าตอนนั้น รู้สึกยังไง  บอกเลยเสียใจมากกกกกกกกวิจิตรารู้สึกเสียความมั่นใจและคิดว่าตัวเองอาจจะไม่ดีพอ แต่ตอนนั้นก็มีพี่คนหนึ่งหนุนใจในประโยคที่ยังจำได้จนถึงทุกวันนี้ว่า

 

“His way, His time, and His hands”

 

เวลานั้นเราแค่รับฟังแต่ก็ยังไม่ได้เข้าใจความหมายทั้งหมด มันดูแอ๊บส์แตรก (นามธรรม) ไปหน่อย วิจิตราไม่เก็ท

 

พอเข้ามาเรียนมหาลัยเราก็ยังคงมองหาทุนต่อไป มองหาทุกอาทิตย์ที่เดินผ่านบอร์ดทุนเลยก็ว่าได้ เผื่อว่าจะมีโอกาสได้ไปเหมือนที่คนอื่นได้ไปบ้าง แต่ก็มีหลายครั้งที่ต้องผิดหวัง จนเราเริ่มตั้งคำถามกับพระเจ้าว่า

 

เมื่อไหร่จะเป็นเวลาของวิจิตราซักที?

 

จนกระทั่งครั้งหนึ่งตอนปี 3 มีทุนให้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยโกกุชิกัน ประเทศญี่ปุ่นของคณะศึกษาศาสตร์ (คณะเราเอง) เราก็รีบสมัครทันที คิดแค่ว่าคนที่ได้ไปคือเท่ อยากไปที่ไกลๆ ถ้าได้ไปคงดูฉลาดมาก และครั้งนี้น่าจะมีโอกาสมากเพราะคนสมัครไม่เยอะ  ตอนนั้นมีคนสมัครแค่ 6 คนเอง และที่แน่ๆ 1 ใน 6 คนนี้ จะได้ทุนไปเรียนที่โกกุชิกัน  ส่วนอันดับรองลงมาจะได้โอกาสถ้ามีทุนญี่ปุ่นของมหาวิทยาลัยอื่นเข้ามาอีก 

 

เราสอบผ่านรอบข้อเขียนและเตรียมตัวอย่างดีสำหรับรอบสัมภาษณ์ ทำ Portfolio คือเสียเงินเยอะมากถ้าไม่ได้คือเสียดายเงินที่จ่ายไปสุดๆ เตรียมตัวสัมภาษณ์อย่างดีจากครูกูเกิล เราจึงค่อนข้างมั่นใจเราจะต้องได้ทุนนี้แน่นอน อย่างน้อยก็น่าจะติดเป็นตัวสำรอง เพราะว่าเราทำงานกับฝ่ายวิเทศน์สัมพันธ์ของคณะ (ฝ่ายที่ดูแลเรื่องทุนไปเรียนต่อ) และเราดูแลนักศึกษาญี่ปุ่นของคณะมาตลอด (เรียกได้ว่าเห็นหน้าวิจิตราได้ในทุกงาน) ที่สำคัญทักษะภาษาอังกฤษของเราก็ไม่ได้แย่กว่าใครในนั้นเลย เพื่อนหลายคนต่างก็บอกว่าเราน่าจะได้ทุนนี้ 

 

2FN

แต่เมื่อมองย้อนกลับไป เรากลับพบว่าความคิดแบบนี้ค่อนข้างอันตราย เพราะเรากำลังมั่นใจในกำลังและความสามารถของตัวเองจนทำให้เราคิดว่าพระเจ้าไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลยในเหตุการณ์ครั้งนี้ ความคิดที่ว่าเรามีทุกอย่างเพียงพอ เราจัดการมันได้ ทุกอย่างอยู่ในการคอนโทรลของวิจิตรา การอธิษฐานของเราเลยเป็นเพียงแค่การเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองเท่านั้น

 

และวันนั้นก็มาถึง วันประกาศผลทุน สายตาของเราไล่ไปตามรายชื่อบนบอร์ด

 

วิวิ…. วิเฮ้ย!?!“

 

เราเป็นคนเดียวที่ไม่ติดอันดับอะไรเลยในการสอบครั้งนั้น  ตอนนั้นไม่รู้ว่าระหว่างเสียใจกับเสียความมั่นใจอันไหนมากกว่ากัน เรากลับมาที่ห้อง ร้องไห้กับพระเจ้าหนักมาก แต่ตอนนั้นเองที่เราเริ่มมองเห็นการตีสอนอันอ่อนโยนของพระเจ้า มันชัดเจนมากและเจ็บปวดมากด้วย แต่เป็นความเจ็บปวดที่ได้รับการปลอบประโลมจากพระเจ้า เรารู้ตัวว่าความคิดและสิ่งที่เรากำลังทำมันพลาด และเรารู้ว่าเราทำความฝันด้วยตัวเราเองไม่ได้

วิจิตราต้องการพระเจ้า“  คือความคิดที่แว้บเข้ามา

 

ท่ามกลางน้ำตาแห่งความผิดหวัง หลังจากความเสียใจในครั้งนั้น เราถึงพึ่งคิดได้ว่า แม้ว่าเราจะพยายามไปเรื่อยๆ จนมันสำเร็จจริงก็ตาม แต่ถ้าระหว่างการเดินทางไม่มีพระเจ้าเลย เราว่ามันต้องเป็นความสำเร็จที่เหงาและโดดเดี่ยวมากแน่ๆ

 

เราค่อนข้างมั่นใจว่าทุกคนมีความฝัน แต่ไม่ว่าเราจะฝันอะไรก็ตาม เราอาจต้องเช็คนิดนึงว่า ความฝันของเรามีพระเจ้าร่วมอยู่ในนั้นไหม หรือมันจะเป็นเพียงความฝันเพื่อให้ความสามารถของคุณได้รับการชื่นชมเท่านั้น แต่สำหรับวิจิตรา เรารู้แล้วว่า

 

พยายามคนเดียวเหนื่อยจัง!”

 

สิ่งที่ต้องทำต่อคือ มองหาทุนถัดไปและฝากความหวังของเราไว้กับพระเจ้าดีกว่า!

3FN


ติดตามเรื่องราวของวิจิตราและการเดินทางแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้าของเธอได้ใน
Facebook: ChoojaiProject ทุกวันจันทร์จ้า


Previous Next

  • Author:
  • วิจิตรา - สาวน้อยหัวใจผจญภัย กับความฝันอยากไปเมืองนอกที่ยังไม่หมดอายุของเธอ ถึงตอนนี้จะกลับมาจากบัลแกเรียแล้ว แต่ก็ยังคงเก็บตังค์เพื่อพาตัวเองออกนอกประเทศอีกครั้ง ตอนนี้เลยมาช่วยงานแปลพี่ชูใจไปก่อนเงินจะเต็มกระปุกให้ออกเดินทางงงงง
  • Illustrator:
  • Narit
  • เนื้อแท้เป็นคนรักหนัง เบื้องหลังดีไซน์เก๋ๆ สวยๆ ของเว็บชูใจ คือฝีมือของเค้า นักออกแบบตัวยงผู้รักบอร์ดเกมเป็นชีวิตจิตใจ และอยากเห็นงานสร้างสรรค์คริสเตียนไทยพัฒนาก้าวไกลไม่แพ้ชาติไหนในโลก
  • Editor:
  • Jick
  • บก.ชูใจ ผู้ใฝ่ฝันจะชูใจน้องๆ จากความพลาดของตัวเอง