ตอน 1/2

5 สิ่งที่หนุ่มโสดควรทำ…ก่อนมีคู่ (Part 1)


 

สวัสดีหนุ่มโสดทั้งหลาย ถ้าคุณกำลังอ่านบรรทัดนี้อยู่ผมเชื่อว่าคุณอาจมีความเกี่ยวพันกับสถานะโสดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง คุณอาจมีคนใกล้ตัวเป็นคนโสด หรือไม่ก็คุณนั่นแหละที่โสดเอง หรือไม่ก็ทั้งสอง ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม…

ยินดีต้อนรับครับ!

 

ก่อนเริ่มขอแจ้งความประสงค์นิดนึงก่อนนะครับ…

1. บทความนี้ไม่ได้เขียนเพื่อให้เราชาวคนโสด เป็นโสดกันอย่างสุขสันต์ แล้วเราจะโสดไปด้วยกันจนแก่เฒ่านะครับ ไม่เด็ดขาด!!!

2. หากพี่น้องคนไหนที่รักความโสดของตัวเอง และรู้อย่างแน่ชัดว่าพระเจ้าทรงให้ของประทานแห่งการอยู่โสดแก่ท่าน (ซึ่งทั้งชีวิตผมตอนนี้ ผมเห็นมีอยู่ 1 คนถ้วน) ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ขอให้พี่น้องข้ามบทความนี้ไปได้เลยครับ พระเจ้าอวยพรครับ ^^

Line-Yellow


‘อารัมภบท

ฤดูเหงา’

 

ความเหงา หนุ่มโสด

ภาพโดย Ben White

 

มีวาระสำหรับทุกสิ่ง
และมีวาระสำหรับเรื่องราวทุกอย่าง
ภายใต้ฟ้าสวรรค์”
— ปัญญาจารย์ 3:1

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีพี่ชายที่ผมรักและเคารพมากอยู่คนนึง เล่าเรื่องสมัยที่แกอยู่โรงเรียนประจำให้ผมฟังว่า คืนนึงตอนที่นอนอยู่อากาศร้อนอบอ้าวมาก นอนไม่หลับเลย สิ่งที่ทำได้คือ ต้องถอดเสื้อนอน ปรากฏว่าถอดเสื้อแล้วนอนหลับสนิทดีมาก ได้ผลจนเกินคาด แต่ว่าตอนตื่นมาฉี่รดที่นอนเฉยเลย แน่นอนครับพี่เค้าอับอายมาก โดนล้ออยู่นาน พอเวลาผ่านไป พี่คนนี้กลับได้รับการแต่งตั้งให้เป็น หัวหน้าที่คอยดูแลน้องๆ คนอื่นที่ฉี่รดที่นอน…

ดูเหมือนเป็นตำแหน่งที่เราไม่อยากจะได้เลย ความรู้สึกของผมตอนได้รับหมอบหมายให้เขียนบทความนี้ก็ไม่ต่างกัน ความโสดไม่ได้เป็นสิ่งที่เราอยากจะเชี่ยวชำนาญเลย แต่เป็นสถานะที่คนอื่นหยิบยื่นให้เสมอมา >.< (ปาดน้ำตาแป๊บ) 

ผมอธิษฐานอยู่นานเพราะคิดอะไรไม่ออก และในที่สุดก็ต้องขอบคุณพระเจ้า ที่ให้หนทางพร้อมกับสอนผมไปในตัวด้วย ผมขอบคุณพระเจ้าที่ให้มุมมองใหม่ในเรื่องความโสด

หากเราเคยได้อ่านใน ปัญญาจารย์ 3:1-8 จะพบว่าชีวิตของเรานั้นมีวาระและฤดูกาล

ความโสดก็เป็นฤดูกาลเช่นเดียวกัน
และพระเจ้าคือผู้ที่ใส่ฤดูกาลนี้ 
เข้ามาในชีวิตของเรา
เพื่อเตรียมชีวิตของเราให้เราได้เติบโตเป็น 
ผู้ชาย
อย่างที่พระองค์ทรงปรารถนาให้เราเป็น”

เมื่อพระเจ้าให้เราเห็นมุมมองนี้แล้วก็ให้เราขอบคุณพระองค์กันดีกว่า หายใจให้ลึกสุดปอด จับมือพระองค์เอาไว้ให้มั่น แล้วเราจะผ่านมันไปด้วยกันครับ!

ปัญหาหนึ่งที่ผมพบคือ เราไม่รู้ว่าการเป็น “ผู้ชายเต็มตัว” นั้นมันมีความหมายว่ายังไง? พอเราไม่รู้ และไม่มีใครบอก โลกที่แวดล้อมเราจึงใช้จุดนี้เพื่อยัดเยียดความคิดในการเป็นลูกผู้ชายให้กับเรา

 

ภาพเบียร์ โดย Ricky Kharawala

ภาพถ่าย โดย Ricky Kharawala


ดื่ม
เบียร์นี่สิครับ แล้วคุณจะเป็นชายแท้
แต่งตัวแบบนี่สิครับ แล้วคุณจะเป็นลูกผู้ชายแท้
ดูหนังโป๊สิครับ แล้วคุณจะเป็นลูกผู้ชายแท้
เที่ยวผับ จับสาวสิครับ แล้วคุณจะเป็นลูกผู้ชายแท้
เฮ้ยๆๆ เต๊ะบอล แทงนุ๊ก แข่งรถสิ แล้วคุณจะเป็นลูกผู้ชายแท้

เป็ดเอ้ย! มีแต่การบริโภค เข้าไปทั้งนั้นเลย อีกหน่อยการเติบโตเป็นผู้ใหญ่คงซื้อได้ตาม เซเว่น อีเลเว่น!

คำถามคือ มันจะมีซักสิ่งหนึ่งมั้ยนะ ที่เราสามารถวางใจได้อย่างแท้จริง? หลักการที่ไม่ถูกบิดเบือนไปตามกาลเวลา หลักการที่เป็นจริงและใช้ได้ผล หลักการที่สร้างมายังผลอันดีในชีวิตของเรา และเพื่อผลประโยชน์ของตัวเราเอง มันมีมั้ย?

แน่นอน! คำตอบมีเพียงจากผู้เดียวเท่านั้น ทรงเตรียมคำตอบที่เต็มไปด้วยสติปัญญาไว้ให้เราเสมอ จะมีใครเล่าที่รู้ดีไปกว่าพระเจ้าพระผู้สร้าง ผู้ทรงเป็นความรัก และอ่อนโยน พระเจ้าผู้ทรงเป็นที่ปรึกษามหัศจรรย์ ทรงยิ้ม และค่อยท่าเราอยู่เสมอ เมื่อเรายอมรับว่าเราตาบอด ไม่รู้เหนือใต้ และถ่อมใจของเราลงเข้าไปหาพระองค์ 

พระคัมภีร์มีขั้นตอนอย่างไรสำหรับชีวิตของผู้ชายคนนึง? พระเจ้าทรงมีเป้าหมายโดยรวมอย่างไร? หรือพระองค์ทรงออกแบบชีวิตของผู้ชายที่พระองค์ทรงสร้างไว้อย่างไรกันแน่? การจะตอบคำถามนี้ ผมขออนุญาตจูงมือพี่น้องข้ามผ่านกาลเวลา 5,000 ปี กลับไปสู่จุดเริ่มต้น

เพราะเหตุนั้นผู้ชายจะละจากบิดามารดาของเขา
ไปพันผูกอยู่กับภรรยา 
และ เขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน

ปฐมกาล 2:24

สารภาพว่าตอนเป็นผู้เชื่อใหม่ พอผมอ่านปฐมกาล 2:24 จบ ผมชอบท่อนหลังมากกว่าท่อนแรกเยอะเลย รอคอยการเป็นเนื้อเดียวกันตลอด แต่ดันลืมไปว่า มันมี 2 ท่อน ที่เชื่อมด้วยคำว่าและว่ะครับ แปลว่ามันเป็นสองสิ่งที่สอดคล้องกัน และต้องเกิดไปด้วยกัน ดังนั้นเมื่อเรามองเห็นพระคำข้อนี้ เรากำลังเห็นสิ่งที่เป็นกระบวนการโดยรวมสำหรับชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งผู้ชายจะละจากบิดามารดาคำสำคัญอยู่ตรงที่คำว่าละจากและการจะเติบโตได้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเข้าใจความหมายของคำๆ นี้ว่าอย่างไร

 

1
ยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง

 

ภาพถ่าย โดย energepic

ภาพถ่าย โดย  energepic

 

คนเกียจคร้านเอ๋ย ไปหามดไป๊
พิเคราะห์ดูทางของมันและจงฉลาด”
— สุภาษิต 6:6

การ ละจาก แท้จริงแล้วมีนัยยะ และกระบวนการที่ลึกซึ้งแฝงอยู่ มากกว่าแค่การย้ายออกมาจากบ้านพ่อแม่ การละจากยังรวมไปถึงการหยุดพึ่งพาด้วย แปลว่า หากเราเองอยากเป็นผู้ชายเต็มตัว เราควรจะสามารถดูแลชีวิตของตัวเอง และรับผิดชอบชีวิตของตัวเองได้แล้ว และสิ่งหนึ่งที่ยืนยันว่าเรารับผิดชอบต่อชีวิตของตัวเองได้แล้วนั่นก็คือ เรามีงานทำ และเรารับผิดชอบต่อปากท้องของตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินจากพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของเรา

ในปัญญาจารย์ บทที่ 4 ยังบอกไว้อีกว่า คนที่รับผิดชอบต่อชีวิตของตัวเองได้คือคนที่มีปัญญา ในขณะที่คนโง่จะทำตรงกันข้าม คือ ผลักภาระรับผิดชอบต่อชีวิตของตัวเองไปให้ผู้อื่น

แน่นอนว่าในฐานะของผู้เชื่อ เราไม่ได้ทำงานเพียงเพื่อจะกอบโกยให้ได้มากที่สุด ในพระคัมภีร์บอกเราว่าผู้มีปัญญาใช้สองมือของเขาอย่างชาญฉลาด มือที่หนึ่งเขาใช้ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ อีกมือหนึ่งเขาใช้สร้างความสัมพันธ์ โดยเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้

ดังนั้น พระเจ้าทรงใช้การทำงานของเรา ในการขยับเราจาก ‘ผู้รับ’ ไปเป็น ‘ผู้ที่ให้’ ออกไป จากผู้ที่รับพระพร กลายเป็นผู้ที่ส่งต่อพระพรของพระเจ้า และเมื่อเราเรียนรู้ที่จะให้ เราเองก็จะเริ่มเข้าใจหัวใจของพระเจ้าที่บอกว่า ‘การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ’ มากยิ่งขึ้นด้วย

ต่อมาคือ เมื่อเราทำงาน เรามีโอกาสสำแดงถึงแสงสว่างของพระเจ้าผ่านการงานของเราได้ เพราะมนุษย์เป็นคนบาป ดังนั้นในแต่ละวงการ มักมีจุดมืดบอดอยู่เสมอ เราเองที่เป็นคริสเตียน ต้องเรียนรู้ที่จะยืนหยัดเพื่อความถูกต้องในวงการนั้นๆ และทำงานอย่างเต็มที่เพื่อที่เราจะถวายเกียรติแด่พระเจ้า

และอย่างสุดท้ายคือ พระเจ้าทรงใช้การงานของเรานี่แหละ ที่จะเป็นสะพานเชื่อมไปถึงคนที่ไม่เชื่อ โดยเฉพาะคริสเตียนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม รอบข้างเรามีแต่คนที่ไม่เป็นคริสเตียนอยู่เต็มไปหมด นี่เป็นโอกาสที่ดีมากที่เราจะใช้ในการแบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้า เราเป็นมิชชันนารีได้โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปไหนเลยครับ ขอเพียงแต่จงเข้มแข็ง และกล้าหาญเถิดพี่น้อง

 

2
เตรียมตัวสู่การเป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณในบ้าน

ภาพถ่าย โดย Ben White

ภาพถ่าย โดย Ben White

บรรดาผู้ที่ดีรอบคอบในทางของเขาก็เป็นสุข
คือผู้ที่ดำเนินตามพระธรรมของพระเจ้า”
— สดุดี 119:1

ปัญหาหนึ่งที่ผมพบกับคริสเตียนหนุ่มสาว หรือแม้กระทั่งตัวผมเองในช่วงวัยนั้น ก็คือ เราไม่เรียนรู้ที่จะศึกษาพระคัมภีร์ด้วยตัวเอง หรือที่แย่กว่านั้นคือ เราไม่มีความรู้สึก “อยากรู้จัก” พระเจ้ามากขึ้นเลยด้วยซ้ำ กลายเป็นว่า 2 สิ่งที่ยังเหลืออยู่ให้คนรู้ว่าเรายังเป็นคริสเตียนคือ การมาโบสถ์วันอาทิตย์ กับ คำว่านับถือศาสนาคริสต์บนบัตรประชาชน

หนุ่มโสดทั้งหลายเอ๋ย! ท่านไม่รู้หรือว่า ในอนาคตหากท่านได้แต่งงานมีครอบครัว ท่านจะกลายเป็นปุโรหิตของบ้าน! ท่านคือผู้ที่จะนำภรรยาของท่านทั้งทางด้านจิตวิญญาณและด้านอื่นๆ! และถ้าหากท่านมีลูก ท่านคือคนที่จะต้องคอยอบรมเลี้ยงดูลูกของท่านให้อยู่ในทางของพระเจ้า

คำถามคือ เมื่อถึงวันนั้น ท่านจะนำเขาด้วยอะไร?

ซื้อหนังสือฮาวทูมาอ่านเหรอครับ!?
“10 วิธีดูแลเมียง่ายๆ ให้เชื่อฟัง
“5 สิ่งที่สามีควรทำหลังแต่งงาน
“กลเม็ดพิชิตแม่กวางน้อย”

จริงอยู่ที่เรามีหนังสือจิตวิทยาดีๆ หลายเล่ม แต่สิ่งเหล่านี้ก็มาจากปัญญาของมนุษย์ทั้งนั้น! เรามีของที่ดีกว่านั้นมากแต่เรากลับไม่เห็นคุณค่า เราหาคำตอบจากมนุษย์ที่ถูกสร้างมาเหมือนๆ กัน แต่กลับไม่ถามเอาจากพระเจ้าผู้ทรงสร้าง และออกแบบทุกสิ่งมาอย่างดี!

กษัตริย์ซาโลมอนเองตอนที่ขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้ทูลขอสติปัญญาในการปกครองประชากรของพระเจ้า เราเองจะไม่ทำอย่างเดียวกันเหรอครับ?

หากคิดให้ลึกขึ้นไปอีกหน่อยเราจะรู้ว่า ครอบครัวคือรากฐานของสังคม สังคมที่ดีมาจาก ครอบครัวที่ดี ครอบครัวที่ดีเกิดขึ้นจากพ่อที่ดี และพ่อที่ดีสำหรับคริสเตียนคือพ่อที่ติดสนิทกับพระเจ้า! เราทั้งหลายอาจมีส่วนร่วมให้สังคมดีขึ้นได้ แต่มันจะไม่เกิดขึ้นแน่ๆ หากเราเองยังเป็นหนุ่มโสดที่ต้องรอให้คนอื่นมาบอกเราให้อ่านพระคัมภีร์ เฝ้าเดี่ยว ติดสนิทกับพระเจ้า และอย่างที่เรารู้กันว่าความโฮลี่มันไม่สามารถสร้างได้ในวันเดียว และไม่มีขายตามเซเว่น อีเลเว่น ดังนั้นอย่าให้เรารอจนถึงวันที่เราจะแต่งงานแล้วจึงเริ่มมีวินัยกับพระเจ้า อย่ารอให้ถึงวันที่ชีวิตแต่งงานพังทลายไปแล้วถึงจะนึกเสียใจ เรามาเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ “วันนี้” กันเถอะครับ!!!

 

3
เลิกดูหนังโป๊ซะที!

Watch by Gabriel Barletta

ภาพถ่าย โดย gabebarletta

นี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า
ให้ท่านเป็นคนบริสุทธิ์ เว้นเสียจากการล่วงประเวณี
ให้ท่านทุกคนรู้จักมีภรรยาในทางบริสุทธิ์
และในทางที่มีเกียรติ 
มิใช่ด้วยราคะตัณหา
เหมือนอย่างคนต่างชาติที่ไม่รู้จักพระเจ้า”
— 1 เธสะโลนิกา 4:3

โป๊มั้ยน้อง!” เคยได้ยินคำถามนี้กันมั้ยครับ? ผมเองได้ยินคำถามนี้ครั้งแรกตอนที่ไปห้างพันทิพย์ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

หากพูดถึงเราชาวหนุ่มโสดที่ตั้งใจติดตามพระเจ้าสิ่งหนึ่งที่เป็นอุปสรรคใหญ่ในชีวิตก็คือหนังโป๊นี่แหละ แว้บแรก หลายคนอาจจะคิดในใจว่าเอาจริงดิ ซีเรียส ?” คำตอบคือ…

ใช่ครับ ซีเรียส!

“หนังโป๊” เหมือนไม่มีอันตรายอะไร ไม่ได้สร้างความเดือนร้อนให้กับใคร แต่กลับเป็นสิ่งที่กินกำลังวัยหนุ่มของชายโสดมานักต่อนักแล้ว สิ่งนี้มีพลังทำลายล้างได้มากกว่าที่คุณคิด ถึงขนาดที่พระเจ้าทรงประทานพระคัมภีร์สุภาษิตบทที่ 5 ทั้งบทมาเพื่อตักเตือนเราโดยเฉพาะ!

บางคนอาจคิดว่า เฮ้ย! ไม่เป็นไรหรอก ดูก็แค่ตอนนี้ แต่งงานไปก็ไม่ดูแล้ว หมดปัญหาแน่นอน ผมเองก็เคยคิดอย่างนี้ แต่พอลองถามพี่ๆ ที่แต่งงานไปแล้วหลายต่อหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “การแต่งงานไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาของเรื่องนี้ทั้งหมด (เงิบ!!!)

ก่อนที่เราจะเข้าประเด็น ผมอยากจะพาเราไปทำความเข้าใจเรื่องความงดงามของการทรงสร้างของพระเจ้านิดนึงก่อนนะครับ จาก ปฐมกาล บทที่ 2:24 ขอให้เราย้อนกลับขึ้นไปอีกนิด ตั้งแต่ในข้อที่ 4 เรื่อยมาเป็นคำพรรณนาถึงการสร้างสวนเอเดน พร้อมกับมนุษย์คนแรก นั้นก็คืออาดัมและในข้อที่ 18 พระองค์ทรงตรัสว่าการที่ชายนี้จะอยู่แต่ลำพังนั้นไม่ดีเราจะสร้างคู่อุปถัมภ์ ที่เหมาะสมกับเขาขึ้นคำว่า “คู่อุปถัมภ์” แปลมาจากคำในภาษาฮีบรูที่แปลว่า “ผู้ช่วย” นั้นเอง

ถึงอย่างนั้นพระเจ้าไม่ได้ทรงสร้างเอวาเลยทันที แต่พระองค์ให้อาดัมนั่งเล่นตั้งชื่อสัตว์ไปพลางๆ ก่อน จนกระทั้งถึงสัตว์ตัวสุดท้าย (ท่าจะนาน) ก็ยังไม่มีสัตว์ตัวไหนเลยที่เหมาะสม ผมเชื่อว่าตอนนี้อาดัมคงสำนึกได้แล้วว่า เค้าแตกต่างจากสัตว์ตัวอื่นที่พระเจ้าทรงสร้างอย่างมาก และพระเจ้าก็รู้อยู่แล้ว พระองค์จึงทำให้เค้านอนหลับ แล้วทรงสร้างเอวาขึ้นมาจากกระดูกซี่โครงของเค้า เมื่ออาดัมลืมตาตื่นขึ้นมาพบเอวา แทบไม่ต้องถามเลยว่าเค้าถูกใจแค่ไหน เพราะอาดัมร้องเป็นเพลงเลยครับ (เจ้าบทเจ้ากลอนขึ้นมาเฉยเลย)

นี่แหละ กระดูกจากกระดูกของเรา
เนื้อจากเนื้อของเรา
จะเรียกคนนี้ว่า หญิง (หรือ ชายา)
เพราะคนนี้ออกมาจากชาย

การแต่งงานของมนุษย์คู่แรกก็เกิดขึ้น ณ จุดๆ นี้เอง และในข้อ 25 บอกว่าผู้ชายและภรรยาของเขาเปลือยกายอยู่และไม่อายกันซึ่งนอกจากจะไม่อายกันในทางกายภาพแล้ว มันยังหมายถึง เค้าทั้งสองไม่มีอะไรจะต้องปิดบังกัน ต่างคนต่างเป็นที่ยอมรับ และเป็นที่น่าปรารถนาของกันและกัน

จากตรงนี้เราจะสังเกตเห็นว่า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ทั้งชายและหญิงให้มีคุณค่าเท่าเทียมกัน แต่มีบทบาทแตกต่างกัน พระเจ้าทรงสร้างให้ผู้ชายเป็นผู้นำ และผู้หญิงเป็นผู้ช่วย ซึ่งไม่ได้แปลว่า ผู้ชายจะกดขี่ผู้หญิงได้ แต่เค้าจะต้องรักและปกป้องผู้หญิง และสละชีวิตของเค้าเองเพื่อดูแลเธอ เหมือนกับที่พระเยซูคริสต์ทรงสละชีวิตของพระองค์เองเพื่อคริสตจักร

ฝ่ายหญิงเองก็มีหน้าที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจ ไม่ใช่บั่นทอนจิตใจกัน แต่สนับสนุนกันขึ้นเพื่อสำแดงพระสิริ และการปกครองของพระเจ้า และภายใต้ความสัมพันธ์นี้ พระองค์ได้ออกแบบความสัมพันธ์ทางเพศและมอบเป็นของขวัญให้กับมนุษย์ เพื่อเค้าทั้งสองจะสำแดงความรักต่อกัน และไม่ใช่ทางกายเท่านั้น แต่ในทางจิตวิญญาณด้วย

A man Watching someting

ภาพถ่าย โดย Josh Felise

 

 

มาถึงตรงนี้ ทุกอย่างลงตัวมาก นับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ ก็คือ ความบาปได้เข้ามาในโลก มนุษย์ล้มลงในบาป และทุกสิ่งก็เริ่มพังทลายลง ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า และมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกันเอง มนุษย์เริ่มเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน ฉกฉวยประโยชน์จากกันและกัน ทั้งๆ ที่ เราต่างก็เป็นพระฉายของพระเจ้าเหมือนกัน มนุษย์คนหนึ่งดูถูกมนุษย์อีกคนหนึ่งราวกับเค้าไม่มีจิตวิญญาณ และเราก็ปล้นเอาศักดิ์ศรีที่พระเจ้าสวมให้ไปจากกันและกัน สิ่งเหล่านี้ไม่ต่างจากการที่เราดูหมิ่นพระนามของพระเจ้าเลย

ดังนั้นเมื่อเราเสพ ‘หนังโป๊’ สิ่งที่เราเห็น ไม่ใช่แค่มนุษย์โป๊ๆ แต่เป็นพระฉายของพระเจ้า ที่ถูกปล้นเอาศักดิ์ศรีออกไป

กลายเป็นเพียงวัตถุที่ใช้เพียงเพื่อสนองอารมณ์ และความต้องการส่วนตัว ไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งใดๆ ต่อกันและกัน เราเองกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เราแย่งชิงเอาของขวัญที่พระเจ้าให้กับมนุษย์แล้วทำให้มันวิปริตไป ร้ายที่สุดเราถึงกับบูชาร่างกายของมนุษย์ แทนที่จะนมัสการพระเจ้าผู้ประทานของขวัญนี้

และหากสิ่งเหล่านี้ยังดำเนินต่อไปก็จะเป็นต้นเหตุของปัญหาและความวุ่นวายอื่นๆ ตามมา เช่น การค้าประเวณี การทารุณกรรมเด็ก การค้ามนุษย์ ปัญหาครอบครัวแตกแยก และอื่นๆ อีกมากมาย และนั้นคือเหตุผลทั้งหมดที่ผมอยากจะบอกกับพี่น้องว่า

“เลิกเสียเถอะครับ”

ส่วนจะเลิกยังไงผมแนะนำให้คุณปรึกษาคนที่คุณสนิทด้วย และไว้ใจได้ อาจจะเป็นพี่เลี้ยงของคุณ ศิษยาภิบาลของคุณ ผมเชื่อว่าคนเหล่านี้พร้อมช่วยเหลือคุณอยู่ทุกเวลาครับ

ยังนะครับ เรายังเดินทางกันมาได้เพียง 3 ข้อเท่านั้น ยังมีอีก 2 ข้อสำคัญๆ ที่เราจำเป็นต้องรู้เพื่อใช้เวลาแห่งความโสดที่ประเจ้าประทานให้อย่างคุ้มค่า (เวลาของแต่ละคนสั้นยาวไม่เท่ากันนะ) และเตรียมตัวสู่การมีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ มาถึงขั้นนี้แล้ว…

อ่านต่อ Part 2 ได้แล้วนะครับ คลิก >>>  หนุ่มโสดโปรดอ่าน Part 2

ด้วยรักและชูใจ


บทความนี้ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องทางพระคัมภีร์ โดย คุณ เจตนากรณ์ กาญจนามาส (ผู้ประสานงาน YFC เชียงใหม่)

คอลัมน์ Love Coach บทความถามตอบปัญหาหัวใจ ปรึกษาปัญหาความรักแบบพี่อ้อยพี่ฉอดเวอร์ชั่นคริสเตียน และบทความแปลในประเด็นของความรัก ติดตามอ่านได้ทุกวันอังคารสีชมพูววววว ที่เว็บชูใจนะจ๊ะ


Previous Next

  • Author:
  • โปรแกรมเมอร์หนุ่ม ผู้มีความมุ่งมั่นในการเขียนโค้ดให้งดงามดั่งบทกวี ชอบอ่านพระคัมภีร์ ตัวสูง ใจดี รักเด็ก ที่สำคัญ... ยังโสดดดด!!! (ขอเบอร์ได้หลังไมค์)
  • Illustrator:
  • Jostar
  • พี่ชายผู้อบอุ่นละมุนละไม เวลาใส่หมวกกันน๊อคแล้วนั่ลล๊าคดั่ง Pororo อดีตมาสเซอร์วิชาสอนศิลปะ ปัจจุบันถวายตัวรับใช้ที่โบสถ์สไตล์ลอฟๆ ชอบขีดๆ เขียนๆ วาดๆ
  • Editor:
  • Perapat T.
  • Blogger ผู้มากความสามารถในงานเขียน เป็นคริสเตียนที่เรียนสังคมวิทยา ฯ มาอย่างโชกโชน สเตตัสปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ และ รับใช้พระเจ้าไปด้วย :)