EP. 12

เรากำลัง “กราบ” อะไรอยู่รึเปล่า?


 

 

พิธีกรหนุ่มที่เกิดอาการฉุนขาดเมื่อรถมินิคูเปอร์สีเหลืองราคาแพงของเขาถูกมอเตอร์ไซด์เฉี่ยว

วุ่นวายบานปลายใหญ่โต จนถึงขั้นต้องลงมือลากคอเสื้อคู่กรณีมาต่อว่าด้วยความโมโห ทำร้ายร่างกาย และบังคับให้กราบรถ  เรื่องราวขยายวงกว้างจนวลี  “กราบรถกู”  แพร่หลายออกไปเหมือนไฟไหม้ป่า เรื่องประเด็นในข่าวคิดว่าเรา ๆ คงพอทราบกันบ้างแล้ว แต่สิ่งที่อยากจะแบ่งปันน่าจะเป็นประเด็นที่ชวนคิดจากเหตุการณ์นี้มากกว่าครับว่า … ตัวของเราเองกำลังกราบอะไรอยู่รึเปล่า?”

Line-Yellow

.

อยากให้เราเข้าใจ คำว่า กราบกันก่อน 

.

แมวกราบ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต ฯ ได้ให้ความหมายของคำว่า “กราบ” ว่า เป็นคำกริยา หมายถึง การแสดงความเคารพด้วยวิธีนั่งประนมมือขึ้นเสมอหน้าผาก แล้วน้อมศีรษะลงจดพื้น … นอกจากนี้ ยังอธิบายอีกว่า การกราบ เป็นอาการแสดงความเคารพอย่างสูงสุด

การกราบนั้น เป็นกิริยาอาการที่มนุษย์ ทำต่อสิ่งที่มีอำนาจสูงกว่า และไม่มีท่าทางไหนอีกแล้วที่มนุษย์จะแสดงออกถึงความเคารพได้เท่ากับการกราบ ที่สำคัญ …

“เราบอกให้คนอื่นกราบอะไร ก็แสดงว่าเราเคารพสิ่งนั้น 

.

การที่เรากราบรูปเคารพ หรือสิ่งของ ใดๆ เท่ากับว่าเราเป็นทาสของสิ่งนั้นด้วยนะครับ 

.

เรากราบเพราะเราเคารพ

รูปภาพ จาก : mott.pe

 

ในด้านความหมายฝ่ายวิญญาณการ “กราบ”  คือ การสยบยอมและจำนนต่ออำนาจเหนือชีวิต พูดให้ง่าย ๆ ก็คือ “เรากราบสิ่งใด เพราะเราตกอยู่ภายใต้อำนาจของสิ่งนั้น” คำว่า “อำนาจ” ในที่นี้ คือพลังในการควบคุมชีวิต  ถ้าสิ่งไหนส่งผลต่อความคิด จิตใจ การกระทำ และจิตวิญญาณ สิ่งนั้นก็มีอำนาจเหนือเราแล้วล่ะครับ (ไม่ว่าจะโดยการบังคับ หรือ โดยยินยอม)

 

“บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย คนเหล่านี้ได้ยึดเอารูปเคารพของเขาไว้ในใจ และวางสิ่งที่สะดุดให้ทำบาปผิดไว้ข้างหน้าเขา …”— (เอเสเคียล 14:3)

 

สิ่งที่ไม่ใช่รูปเคารพก็มีอยู่ ทั้งวัตถุ และบุคคล เช่น รถมินิ ฯ สีเหลือง, สตีฟ จ๊อบ หนังสือฮาวทูรวยล้นฟ้า และบางทีก็เป็นตัวเอง(หมายถึง ทั้งตัวเค้าและตัวเอง >__<) คริสเตียนเราอาจจะไม่ได้กราบสิ่งของ แต่เราอาจจะยกย่องวัตถุสิ่งของบางอย่างให้มีความสำคัญจนเกินพระเจ้าไป แม้ไม่ใช่รูปเคารพที่ส่งผลทางด้านจิตวิญญาณโดยตรง แต่การโฟกัสที่ผิดที่จะทำให้ชีวิตเราเสียศูนย์และทำให้เหินห่างจากพระเจ้า เราอาจไม่ได้แสดงอาการ “กราบ” จริงๆ แต่หากเรา “ยกย่อง” สิ่งเหล่านั้นเกินควร แบบนี้ ถือเป็นการ กราบในใจ และพระเจ้าไม่พอพระทัยแน่นอนครับ

.

มากกว่าสิ่งของ ตัวเราเองก็เป็นรูปเคารพ เอ้า! ไหงงั้น!!! 

.

เพราะ‍ฉะนั้นจงประ‌หารโลกีย‌วิสัย ในตัวท่าน คือการล่วง‍ประ‌เวณี การโส‌โครก ราคะ‍ตัณ‌หา ความปรารถ‌นาชั่ว และความโลภ (ซึ่งเป็นการบูชารูป‍เคารพ)
… แต่บัด‍นี้ท่านทั้ง‍หลายจงละ‍ทิ้งสิ่ง‍เหล่า‍นี้ทั้ง‍หมด
คือความโกรธ ความฉุน‌เฉียว การคิด‍ร้าย การใส่‍ร้าย
และคำพูดหยาบ‍โลนที่ออกจากปากของท่าน — (โคโลสี 3:5,8)

 

โลกียวิสัยคืออะไรเหรอครับก็คือ นิสัยแบบโลก ๆ หรือนิสัยตามกิเลสตัณหา ถ้าเราปล่อยตัว ปล่อยใจ ปล่อยอารมณ์ไปตามเนื้อหนัง เราก็กำลังยึดถือตัวเองเป็นสำคัญ ไอ้ตัวของตัวเองเนี่ย ถ้ามันใหญ่กว่าพระเจ้าเมื่อไหร่ ตัวเราก็เป็นกลายพระเจ้าแทนแล้วครับ

การสำคัญตัวว่าถูก สิ่งนี้ก็เป็นการยึดถือ ทิฐิ (แปลว่า ความคิด) ของตัวเองด้วย แน่นอนว่าคนเรามีแนวโน้มที่จะเข้าข้างตัวเองอยู่แล้วในแทบทุกสถานการณ์ เรามักจะสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองในการโกรธ โดยบอกตัวเองว่า “มันสมควรแล้ว”

ความโกรธ ความฉุนเฉียว คำหยาบคาย การปองร้าย สิ่งเหล่านี้ มักถูกแสดงออกมาโดยใครก็ตามที่ถูกอารมณ์ร้อนครอบงำ มันช่างดูเลวร้ายมากและมากเป็นพิเศษสำหรับคริสเตียนที่มีพระเจ้าเป็นเจ้าของชีวิต เพราะวินาทีที่อารมณ์ด้านมืดของเราทำงาน ในเวลานั้นพระวิญญาณได้ถูกขัดขวางโดยเนื้อหนังซะแล้วครับ

แน่นอนครับ เราหลายคนอาจจะมั่นใจว่า เราจะไม่มีทางทำตัวฉุนเฉียวรุนแรงเหมือนในคลิป แต่สารภาพมาซะดีๆ ว่าเราเองก็เคยแสดงอาการโกรธ โวยวาย ดุร้าย ป่าเถื่อน ขว้างของ กับเค้าบ้างเหมือนกัน เราทุกคนล้วนมีจุดอ่อนด้านใดด้านหนึ่งที่ไม่น่าดู ไม่อยากให้ใครรู้ เพียงแต่เรื่องมันไม่แดงออกมา ไม่มีคนมาถ่ายคลิปเรา และเราไม่ใช่ดาราเท่านั้นเอง

การอวดดี ถือทิฐิ หรือ เข้าข้างตัวเอง ก็น่าจะเข้าข่ายโลกียวิสัยอันเป็นการบูชารูปเคารพในตัวเราเหมือนกันนะครับ เพราะในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งถ้าเราจองฝ่ายถูกแล้วใครเป็นฝ่ายผิดล่ะ?

.

รูปเคารพที่ชื่อว่าธรรมบัญญัติ กับ มหกรรมการ “ปาหินออนไลน์” 

.

การปาหิน

ภาพจาก ภาพยนตร์เรื่อง The Stoning of Soraya

.

ในพระคัมภีร์ตอนหนึ่งซึ่ง ประชาชนจับหญิงล่วงประเวณีได้คาหนังคาเขา และตามบทบัญญัติ คือ ให้เอาหินขว้างหญิงคนนั้นให้ตาย ผู้อาวุโสหลายคน และประชาชนต่างโกรธเคือง เกรี้ยวกราด ประณามหยามเหยียดหญิงคนนั้น และถือว่าเป็นเรื่อง สมควรแล้วที่จะทำ และจับผู้หญิงคนนั้นมาหาพระเยซู

 

“ผู้ใดในพวกท่านที่ไม่มีบาป ก็ให้ผู้นั้นเอาหินขว้างเขาก่อน” – (ยอห์น 8:7)

 

พระเยซูทรงตรัสเช่นนั้น ผลปรากฏว่าไม่มีใครกล้าปาหิน เพราะทุกคนต่างรู้แก่ใจว่าตัวเองเคยทำผิดไม่อย่างใดก็หลายอย่าง เขาจึงถอยไปทีละคน

ประโยคที่ว่า เขาไม่ควรทำกับ ถ้าเป็นฉัน ฉันจะไม่ทำ สองประโยคนี้ถูกใช้เป็นข้ออ้างสร้างความชอบธรรมที่จะ โกรธต่อการกระทำที่เกิดขึ้นใช่ไหม? และเป็นความชอบทำที่เราสมควรประณามมากเพราะมันผิดทั้งกฎหมาย และผิดทั้งต่อสังคมอันดีงาม
ลองเปรียบเทียบ ธรรมบัญญัติที่เป็นไม้บรรทัดของหญิงล่วงประเวณี (ซึ่งเป็นกฎหมาย+ประเพณี) กับ บรรทัดฐานทางสังคมอีกอย่างที่เรียกว่า วิถีประชา ที่เป็นไม้บรรทัดของเหตุการณ์รถมินิฯ ดูครับ

เราเคยฟิวขาดไหม? เราเคยทำผิดพลาดอะไรรึเปล่า? ถ้าไม่เราก็อาจมีสิทธิ์จะโกรธเคืองและปาหินใส่เขาได้ แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ทำไมเราจึงพยายามยกรถมินิ ฯ ทั้งคัน ปาใส่เขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยการด่าทอ แชร์ คอมเม้นท์ และใส่แฮซแท๊ก

การประณามเป็นการตอบโต้หนึ่งที่สังคมจะใช้ลงโทษผู้ที่ทำผิด “วิถี” ของสังคมอันดีงาม ฟังดูดีนะครับเพราะมันจะเป็นการปรามคนอื่น ๆ ไม่ให้ฝ่าฝืน แต่โลกสมัยนี้มันไว การประณามกลายเป็นการ “ข่มเหงออนไลน์” (Cyber Bullying)

 

อย่ากล่าวโทษเขา เพื่อพระเจ้าจะไม่ทรงกล่าวโทษท่าน เพราะว่าท่านทั้งหลายจะกล่าวโทษเขาอย่างไร พระเจ้าจะทรงกล่าวโทษท่านอย่างนั้น…”—(มัทธิว 7:1-2)

 

สาเหตุที่เราควรปลอยวางเรื่องนี้ลง เพราะเมื่อเราทำผิด พระเจ้าก็ไม่เอาผิดเราเหมือนกัน การให้อภัยดูจะเป็นการดีที่สุดที่เราเองจะฝึกฝนตัวเองผ่านเหตุการณ์นี้ในฐานะคริสตชน

เราควรเลือกอะไรระหว่างที่จะ “ยึดมั่นความรัก” ที่คู่กับ “การให้อภัย” (ที่อภัยทั้งเขาและเรา) มากกว่ายึดถือธรรมบัญญัติที่คู่กับการลงโทษ (ลงโทษเขาและเรา) ถ้าเราคิดว่าเรายุติธรรมพอที่จะตัดสินใจในเรื่องนี้ อย่าลืมว่าพระเจ้าทรงยุติธรรมกว่าเราเป็นไหน ๆ เหมือนที่ในพระคัมภีร์กล่าวว่า …

 

“พี่‍น้องทั้ง‍หลาย แม้จับใครที่ละ‌เมิดประ‌การใดได้ พวก‍ท่านซึ่งอยู่ฝ่ายพระ‍วิญ‌ญาณ จงช่วยคนนั้นด้วยใจสุภาพ‍อ่อน‍โยนให้เขากลับตั้ง‍ตัวใหม่ โดยคิด‍ถึงตัวเอง เกรง‍ว่าท่านจะถูกทด‍ลองด้วย” —(กาลาเทีย 6:1)

 

ถ้าเรายอมให้ความโมโหครอบงำ … หัวของเราก็กำลังจดอยู่ที่เท้าของความโกรธด้วยเต็มใจและสยบยอมแล้ว #ถ้าเป็นอย่างนั้นเรากำลังกราบทิฐิของตัวเองอยู่รึเปล่า? ☺

 

 

…ถึงเวลาวางหินในมือลง แล้วเดินกลับบ้านไปพิจารณาตัวเองรึยังครับพี่น้อง

ด้วยรักและชูใจ ☺


#Featured คอลัมน์ทันกระแสสังคม หยิบจับเรื่องทั่วไปมาพูดใหม่ในมุมมองคริสเตียน
ทุกวันพฤหัสสีส้มส้มน้าาาาา!!!


Previous Next

  • Author:
  • Blogger ผู้มากความสามารถในงานเขียน เป็นคริสเตียนที่เรียนสังคมวิทยา ฯ มาอย่างโชกโชน สเตตัสปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ และ รับใช้พระเจ้าไปด้วย :)
  • Illustrator:
  • Jostar
  • พี่ชายผู้อบอุ่นละมุนละไม เวลาใส่หมวกกันน๊อคแล้วนั่ลล๊าคดั่ง Pororo อดีตมาสเซอร์วิชาสอนศิลปะ ปัจจุบันถวายตัวรับใช้ที่โบสถ์สไตล์ลอฟๆ ชอบขีดๆ เขียนๆ วาดๆ
  • Editor:
  • Jick
  • บก.ชูใจ ผู้ใฝ่ฝันจะชูใจน้องๆ จากความพลาดของตัวเอง