EP.3

โยเซฟ & มารีย์ จาก #ท้องไม่รับ สู่ #ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่


ปี 2017 ที่ผ่านมา มีกระแสแฮชแท็กสุดฮือฮาอันหนึ่งในโลกโซเชียล ก็คือการที่บรรดาคุณแม่วัยใส อายุไม่ถึง 20 ปีทั้งหลาย แห่กันถ่ายภาพโอ้อวดการตั้งครรภ์แล้วโพสต์พร้อมติดแท็กว่า #เ_็ดได้ก็เลี้ยงได้ สร้างความหัวร้อน-ปาดเหงื่อ-มองบนให้กับลุงป้าน้าอายุค 90 ที่พากันโพสต์โอดครวญถึงอนาคตของประเทศ แถมปีที่ผ่านมายังมีการ์ตูนเรื่อง #คุณแม่วัยใส ในเว็บอ่านการ์ตูนชื่อดังที่มีคนติดตามร่วมสองล้านคน และยังโด่งดังจนพัฒนามาเป็นซีรีส์กันเลยทีเดียว

 

ที่มาของรูป: TV Pool

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า สาวน้อยทุกคนที่ยังไม่ได้สมรสก่อนที่จะตั้งครรภ์ เรียกว่า ข้ามจากเด็กหญิงได้ไม่เกินสองสามปีก็กลายเป็นคุณแม่กันไปแล้ว แม้จะมีคนบางส่วนให้ความเห็นว่า “ถึงพลาดแต่ก็ยังรับผิดชอบ ยังเก็บเด็กทารกนั้นไว้” แต่ก็ชวนให้คิดเหลือเกินว่า การเอาความพลาดมาทำให้เป็นความชอบธรรมด้วยการไม่ทำแท้ง #อย่างนี้ก็ได้เหรอ? แล้วหนุ่มน้อยผู้ร่วมก่อการที่กลายเป็นคุณพ่อวัยใสนั้นไปไส? รับผิดชอบไปพร้อมๆ กันไหม? ที่สำคัญ หากเหลือแต่คุณแม่ที่แบกลูกน้อยไว้ในครรภ์คนเดียว จะมีโอกาสไหมที่ผู้ชายดีๆ ซักคนจะมอบความรักและปกป้องดูแลทั้งที่ลูกในท้องไม่ใช่ลูกของตน

 

ในพระคัมภีร์ หากเราจำได้ถึงเรื่องราวการถือกำเนิดของพระเยซู ซึ่งบังเกิดจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ปกบนนางมารีย์ผู้เป็นสาวเวอร์จิ้น หรือที่พระคัมภีร์เรียกว่าเป็น “หญิงพรหมจารี” สิ่งซึ่งทำให้เห็นว่าพระเจ้าทรงเลือกสรร และให้คุณค่ากับการรักษาชีวิตให้บริสุทธิ์ของนางมารีย์ เพราะคำแรกที่ทูตสวรรค์ทักทายเธอก็คือ

 

“เธอผู้ที่พระเจ้าโปรดปรานมาก จงชื่นชมยินดีเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตอยู่กับเธอ”

(ลูกา 1:28)

 

และบอกต่อไปว่า

 

“…เธอจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย จงตั้งชื่อบุตรนั้นว่าเยซู บุตรนั้นจะเป็นใหญ่ และจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้าสูงสุด องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าจะประทานบัลลังก์ของดาวิดบรรพบุรุษของท่านให้แก่ท่าน และท่านจะครอบครองพงศ์พันธุ์ของยาโคบสืบไปเป็นนิตย์ และแผ่นดินของท่านจะไม่มีวันสิ้นสุดเลย” มารีย์จึงพูดกับทูตสวรรค์องค์นั้นว่า “เหตุการณ์นั้นจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะข้าพเจ้ายังไม่เคยหลับนอนกับชายใด?” ทูตสวรรค์จึงตอบนางว่า “พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมาเหนือเธอ และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกเธอ เพราะฉะนั้นองค์บริสุทธิ์ที่เกิดมานั้นจะได้ชื่อว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า”
(ลูกา 1:30-38)

 

แม้จะเป็นสาวพรหมจารี แต่ชีมารีย์ก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว นางคงต้องคิดถึงความรู้สึกของโยเซฟว่าจะทำยังไงให้เขาเข้าใจ และจะเกิดอะไรขึ้นหากโยเซฟไม่เข้าใจและปฎิเสธแต่งงานกับเธอ (เพราะถือว่ามารีย์ตั้งครรภ์ก่อนแต่งงาน) เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และจะส่งผลต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของมารีย์ในอนาคต เพราะมีโทษถึงการถูกประชาทัณฑ์ถึงตายได้ (เฉลยธรรมบัญญัติ 22:13-21) ถ้าเราเป็นมารีย์ การตัดสินใจที่จะเชื่อฟังพระเจ้าในครั้งนี้ จึงนับว่าเป็นการตัดสินใจที่แสดงถึงความเชื่อ และการเชื่อฟังพระเจ้าของเธออย่างยิ่ง ซึ่งพระเจ้าก็ไม่ได้ปล่อยให้เธอต้องพบกับสถานการณ์ลำบากเหล่านั้นเพียงลำพัง เพราะพระเจ้ารู้อยู่แล้วว่าในใจของโยเซฟคิดอะไรอยู่

 

“…แต่โยเซฟคู่หมั้นของเขาเป็นคนมีธัมมะ ไม่พอใจที่จะแพร่งพรายความเป็นไปของเธอ

หมายจะถอนหมั้นเสียลับๆ”

(มัทธิว1:19)

 

ถึงโยเซฟจะเป็นคนดีมีธัมมะ ไม่ถอนหมั้นออกสื่อให้ฝ่ายหญิงเสียหาย

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรับเป็นพ่อนะคร้ะ เพราะโยเซฟกะจะ #ท้องไม่รับ อยู่แล้ว

 

จนกระทั่งทูตสวรรค์มาปรากฎแก่เขาในความฝัน

 

“แต่เมื่อโยเซฟยังคิดในเรื่องนี้อยู่ ก็มีทูตองค์หนึ่งของพระเป็นเจ้า มาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันว่า

“โยเซฟบุตรดาวิด อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของเจ้าเลย

เพราะว่าผู้ซึ่งปฏิสนธิในครรภ์ของเธอเป็นโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์

(มัทธิว1:20)

 

พอตื่นขึ้นมา ฮีโยเซฟไม่เพียงแต่เชื่อฟังพระเจ้าโดยการรับนางมารีย์มาเป็นภรรยา แต่ยังรับเป็นบิดาทางโลกของพระเยซูอีกด้วย แถมยังทะนุถนอมให้เกียรติเธอในฐานะภรรยา และมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าด้วย (มัทธิว 1:20-25) ซึ่งจากเหตุการณ์ #ท้องไม่รับ ก็กลายเป็น #ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ ของโยเซฟที่จะปกป้องคุ้มครองทั้งมารีย์และพระเยซู ซึ่งในภายหลังทั้งสามก็ต้องหลบไปยังประเทศอียิปต์เพื่อหนีการไล่ฆ่าพระกุมารของกษัตริย์เฮโรด รวมทั้งย้ายถิ่นฐานจากแคว้นยูเดียไปยังเมืองนาซาเร็ธ แคว้นกาลิลี เรียกว่าหลังจากแต่งงาน โยเซฟต้องเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต เพื่อรักษาครอบครัวเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นแกนกลางในครอบครัวนี้ตั้งแต่ต้น และทั้งโยเซฟและมารีย์ก็ตอบสนองด้วยการเชื่อฟังพระเจ้า แทนที่จะทำตามความคิดของตัวเอง

 

นี่คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่า ความรักที่รับผิดชอบนั้นไม่เป็นเพียงแค่ความรู้สึก หรือแค่ความสบายใจสบายกายที่ได้อยู่กับใครบางคน แต่คือการตัดสินใจ ที่จะเสียสละ รับผิดชอบ และปกป้องดูแล ยอมที่จะปรับเปลี่ยนความเคยชินเดิม ๆ เพื่อคนที่เรารัก และทะนุถนอมความรู้สึกของอีกฝ่าย

 

แน่นอนว่า กรณีของนางมารีย์นี้เป็นกรณีที่ไม่ธรรมดา ไม่เหมือนใครเลยในโลก แต่อยากให้เราถามตัวเองเนอะว่า ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเรา ไม่ว่าเราจะเป็นมารีย์หรือโยเซฟ เราจะตอบสนองอย่างไร? ความรักที่เราเคยคิดเคยฝันถึง รวมเอาความรับผิดชอบและความเสียสละ ไว้ด้วยไหม? หรือเป็นแค่โลกสีชมพูในทุ่งลาเวนเดอร์?

 

 

พี่สาวเคยถามสาวน้อยคนหนึ่งว่า เธอมองหาคนแบบไหนเป็นคู่ชีวิต? สาวน้อยคนนั้นตอบวนซ้ำไปมาว่า “อยากได้คนที่มาดูแลเรา ดูแลความรู้สึกเรา ดูแลครอบครัวเรา” ค่ะ… ใคร ๆ ก็อยากได้เนอะ คำถามที่พี่ขอถามต่อก็คือ “แล้วน้องอยากดูแลเค้ายังไงบ้าง? อยากเสียสละหรือสนับสนุนเค้าในฐานะภรรยายังไงบ้าง?” หากเราอยากเป็นผู้รับความรักแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่ช้าคงต้องเลิกรากันไป ความรักที่เสียสละและผ่านการร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา จึงพิสูจน์ได้ในระยะยาวว่านั่นเป็นความรักที่แท้ทรู หลายคู่ตอนเป็นแฟนควงแขนกันไปกินข้าวดูหนังก็รักกันดี แต่พอต้องมาร่วมชีวิต รวมกระเป๋าตังค์ ตัดสินใจร่วมกัน แก้ปัญหาร่วมกัน ความสัมพันธ์ก็แปรเปลี่ยนไป และหากไม่สามารถปรับตัวปรับใจ หรือยังไร้ความรับผิดชอบ สุดท้ายก็คงต้องทางใครทางมัน

 

หรือฝ่ายชายที่ตอนเอ็นโดรฟินยังทำงานอยู่ ทุกอย่างรับได้หม๊ดดดดด “ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นใคร จะผ่านอะไรมา ไม่เป็นไร ผมรับได้ทุกอย่าง” ก็ใช่นะ ตอนเรารักกัน เรารับได้ทุกอย่าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราไม่พอใจกัน เราก็จะหยิบยกความผิดพลาดในอดีตมาเป็นข้อที่ใช้ทิ่มแทงทำร้ายใจกัน หรือแม้จะไม่ได้พูดออกมา สายตาของเราที่มองเขาอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อันนี้ #ต้องถามใจเธอดู นะจ๊ะหนุ่มๆ เพราะความสัมพันธ์ที่ดี นอกเหนือไปจากความรักแล้ว ย่อมมีรากฐานอยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจกันด้วย

 

สรุปตรงนี้เลยละกันว่า ความรักที่สวยงามมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ และเมื่อเราคิดจะมีความรัก อย่าให้มันเริ่มต้นแค่ความรู้สึก เพราะความรักไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกเท่านั้น ความรักที่ไม่มีความรับผิดชอบและการเสียสละไม่ถือว่าเป็นความรักที่แท้ทรูนะจ๊ะ ดังนั้น ขอพระเจ้าที่จะเป็นแกนกลางในความสัมพันธ์ของเรา และขอพระเจ้าที่จะนำเราในเวลาที่เราสับสนและอยากทำตามใจตัวเอง ขอให้เราดูโยเซฟและมารีย์เป็นแบบอย่างที่จะเชื่อฟังพระเจ้านะคะ

.

พี่สาวยุค ‘90


<3 พบกับ #LoveCoach และ #โค้ชเจเจ้ คอลัมน์ตอบปัญหาความรักในสไตล์คริสเตียนได้ทุกวัน อังคารสีชมพูววว์ หรือ ใครที่มีเรื่องความรักแน่นอก อยากให้พี่ชูใจช่วยยกออก ก็ Inbox เข้ามาได้จ้า <3


Previous Next

  • Author:
  • พี่สาวหัวใจยังใสคนนี้ นอกจากเป็นผู้รับใช้เต็มเวลาที่กำลังเรียนพระคริสตธรรมอยู่ แล้วก็ยังเป็นพี่สาวที่เข้าใจว่าเป็นวัยรุ่นคริสเตียนในเวลานี้ มันอยู่ยาก มันเหนื่อย เลยอยากมาแบ่งปันให้น้องๆ เห็นว่า พระเจ้าเข้าใจทุกสถานการณ์ พระเจ้าไม่เชยนะ พระคัมภีร์ contemporary มากกว่าที่น้องคิดนะจร้าาาา
  • Illustrator:
  • tumtim
  • เด็กสาววัยรุ่นพึ่งจบจิตวิทยามาหมาดๆ แต่มุ่งมั่นตั้งใจจะทำงานสายกราฟิก เธอผู้ยังหาค้นหาตัวเองคนนี้มีความสามารถมากมายที่ตัวเองไม่มั่นใจอยู่ตลอดเวลา เลยเจอพี่ชูใจจับมาใช้งานให้มั่นใจซักทีว่าตัวเองมีของ
  • Editor:
  • Jick
  • บก.ชูใจ ผู้ใฝ่ฝันจะชูใจน้องๆ จากความพลาดของตัวเอง