เส้นทางแห่งความเชื่อ และถนนสู่ฮอลลีวูดของ คริส แพรตต์

EP. 62

เส้นทางแห่งความเชื่อ และถนนสู่ฮอลลีวูดของ Chris Pratt


 

 

ณ เวลานี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก Chris Pratt หนุ่มนักแสดงหุ่นหมีหล่อล่ำขวัญใจแฟนบอยแฟนเกิร์ล ที่โด่งดังเป็นพลุแตกจากภาพยนตร์เรื่อง Guardian of the Galaxy ในบท Peter Quill (Star Lord) และกำลังฮอตแบบฉุดไม่อยู่จนได้ร่วมงานฟอร์มยักษ์อีกไม่ว่าจะเป็น Jurassic World, Passenger, Infinity Wars และล่าสุดที่เพิ่งผ่านตาเราไปหมาด ๆ อย่าง Jurassic World : Fallen Kingdom

 

 คริส แพรตต์

 

Chirs Pratt ถือได้ว่าเป็นชายที่ผู้คนชื่นชอบมากที่สุดคนหนึ่งในวงการ Hollywood ทั้งในและนอกจอ ด้วยบุคลิกขี้เล่น เป็นกันเอง เต็มไปด้วยมุกฮา และวาทะที่เฉียบคม รวมถึงชีวิตที่น่ารัก มีน้ำใจ รักเด็ก และสิ่งสำคัญก็คือ เขามักจะพูดถึงความเชื่อในพระเจ้าผ่านสื่อ และแสดงตัวว่าเป็นคริสเตียนเสมอๆ  โดยนิตยสาร Vanity Fair ได้เคยลงบทสัมภาษณ์ของเขาไว้และบรรยายว่าที่บ้านของเขานั้น เขาจะนำทุกคนในครอบครัวคุกเข่าลงอธิษฐานด้วยกันก่อนกินข้าวอีกด้วย

 

ในบทความนี้ ชูใจอยากจะขอพาน้อง ๆ ไปทำให้ความรู้จักกับชายคนนี้ที่ชื่อ Chris Pratt กันมากขึ้น ว่าพ่อหนุ่มหุ่นหมีอันเป็นที่รักคนนี้นั้น กว่าจะมาอยู่จุดที่ไม่มีใครไม่รู้จักเขาได้ เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง และที่สำคัญจุดกำเนิดในความเชื่อของเขาจนกลายมาเป็นนักแสดงที่กล้าพูดเรื่องพระเจ้าออกสื่อนั้นเป็นเช่นไร รับรองว่าไม่ธรรมดาแน่นอน

 

 

Chris Pratt

 

วัยเด็กและจุดประกายแห่งการเป็นนักแสดง

Christopher Michael Pratt หรือ Chris Pratt เกิดวันที่ 21 มิถุนายน 1979 ที่เมืองเวอร์จิเนีย รัฐมินนิโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกา พ่อของ Chris นั้นเป็นคนงานเหมืองทำให้ครอบครัวเขาต้องย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ๆ ตามสถานที่ทำงานของพ่อ และในที่สุดครอบครัวของเขาก็ได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองเล็ก ๆ ชื่อว่า เลคสตีเวนส์ (Lake Stevens) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ต่อมาระหว่างที่ Chris กำลังเรียนอยู่มัธยมปลาย พ่อของเขาก็ได้ตรวจพบว่าเป็นโรคปลอกประสาทส่วนกลางเสื่อม (Multiple Sclerosis) ซึ่งอาจส่งผลให้เป็นทุพพลภาพ ทำให้ครอบครัวเริ่มประสบปัญหาด้านการเงิน (ภายหลังพ่อของ Chris เสียชีวิตจากโรคนี้ในขณะที่เขากำลังถ่ายทำ Jurassic World)

 

คริส แพรตต์ วัยเด็ก

 

ตอนที่เขาเรียนอยู่มัธยมปลายนั้นถือได้ว่าเขาเป็นฮีโร่ของโรงเรียนคนหนึ่ง เขาเป็นนักกีฬามวยปล้ำของโรงเรียนโดยถูกวางตัวเป็นถึงมือวางอันดับที่ 5 ส่วนการค้นพบไฟในการแสดงของเขาเกิดขึ้นเมื่อเขาได้มีโอกาสดูพี่ชายของเขาแสดงละครเวทีของโรงเรียน ทำให้ความสนใจในการแสดงของเขาลุกโชนขึ้นมาอย่างร้อนแรง ทำให้หลังจากนั้นเขาจึงได้กลายมาเป็นนักแสดงของโรงเรียนอีกด้วย

 

 

ด้านร้ายของชีวิต ก่อนจะพบแสงสว่าง

กว่าที่ผู้ชายอย่าง Chris Pratt จะก้าวไปสู่การเป็นนักแสดงระดับต้น ๆ ของวงการ Hollywood และมีชีวิตที่หลายคนอิจฉานั้นก็ไม่ใช่อะไรที่ได้มาอย่างง่ายดาย เพราะหลังจากจบช่วงมัธยมปลายชีวิตของเขาก็พบกับอุปสรรค จนชีวิตหักเหออกนอกลู่นอกทางไปจากเดิมมากโขทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการดื่มเหล้าเมามาย เสพยา พี้กัญชา เข้าเรียนที่วิทยาลัยท้องถิ่นได้เพียงแค่เทอมเดียวก็ต้องดรอปออกมาทำงานเป็นเซลล์แมนต๊อกต๋อยขายตั๋วลดราคา โดยออกไปเคาะประตูตามบ้าน และยังทำงานเป็นนักเต้นระบำเปลื้องผ้าตอนกลางวันเพื่อหาเงินประทังชีวิต และชีวิตพลิกผันจนถึงขนาดกลายเป็นคนไร้บ้านอยู่ที่เกาะเมาอี ในฮาวาย โดยอาศัยรถตู้ลาย Scoopy – Doo และอาศัยนอนตามเต็นท์ริมชายหาดเป็นที่ซุกหัวนอน ที่นั่นเขาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารที่ชื่อว่า Bubba Gump Shrimp Co. restaurant

 

…แต่แล้วในค่ำคืนหนึ่ง ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล…

 

ในการให้สัมภาษณ์จากสื่อหลายสำนัก  Chris ได้เล่าว่าคืนหนึ่งเขากำลังเตรียมไปปาร์ตี้กับเพื่อน จู่ ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาหาเขา และก็ได้กลายเป็นค่ำคืนที่เขาจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต

 

“ผมนั่งอยู่ด้านนอกหน้าร้านขายของชำ และชายคนหนึ่งที่ชื่อ Henry ได้เข้ามาหาผมและจู่ๆ ก็บอกกับผมว่า มีบางสิ่งบางอย่างในตัวผมที่ต้องได้รับการช่วยชีวิต (Saved) นะ เขาถามผมว่าผมทำอะไรอยู่ในคืนนั้น ผมก็เลยตอบตรงๆ ว่า “เพื่อนผมกำลังซื้อเหล้าอยู่ในร้านน่ะ” แล้วเขาก็ถามต่อ “อ่อ คุณกำลังจะไปปาร์ตี้กันใช่มั้ย” ผมตอบว่า “ใช่เลย” เขาพูดต่อว่า “ดื่มให้เมาสักนิด พี้ยาให้สุขสักหน่อย แล้วก็หาหญิงฟันสินะ” ผมตอบไปว่า “ก็หวังว่างั้นอะนะ”

 

ผมไม่รู้ว่าทำไมนะ แต่ผมรู้สึกว่าชายคนนี้มีอะไรที่น่าดึงดูดใจบางอย่าง เขาเป็นชายชาวเอเชีย อาจเป็นคนฮาวาย อายุประมาณ 40 ที่จริงเขาควรจะทำให้ผมรู้สึกประหม่าน่ะนะ แต่ไม่เลย ผมกลับตอบเขาไปว่า “ถามผมทำไมเนี่ย” แล้วเขาก็ตอบผมมาเลยว่า “พระเยซูบอกผมให้มาคุยกับคุณน่ะ” และนั่นเป็นอะไรที่ทำให้ผมจู่ๆก็คิดว่า ผมต้องไปกับคนๆ นี้ซะแล้วล่ะ หลังจากนั้นเขาก็พาผมไปโบสถ์ และผมก็ได้ทำให้เพื่อนๆ ของผมประหลาดใจขั้นสุดในหลายวันต่อมาเลยแหละ โดยการที่ผมประกาศก้องว่า จากนี้ไปผมจะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองซะที!

 

Henry ได้บอกกับผมว่า “ผมหยุดคุยกับคุณเพราะพระเยซูบอกผมให้หยุดและเข้ามาคุยกับคุณ พระองค์บอกผมให้บอกกับคุณว่า คุณถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่” และหลังจากนั้นราวสองวัน ผมก็ได้มอบจิตวิญญาณของผมให้กับพระเยซู ผมได้ไปช่วยบรรจุซองจดหมายให้กับองค์กรของเขาที่ชื่อ Jews for Jesus (น่าจะแปลว่า องค์กรชาวยิวเพื่อพระคริสต์) ซึ่งเอาจริงนะ ตอนนั้นผมอายุแค่ 19 ปี ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนยิวเป็นยังไง”

 

 

และเวลาต่อมานั้นเอง พระเจ้าก็ได้นำให้ชีวิตของ Chris เข้าสู่เส้นทางที่ยิ่งใหญ่อย่างที่พระเยซูได้บอกผ่าน Henry ไว้ไม่มีผิด ในวันหนึ่งเมื่อเขากำลังทำงานเสิร์ฟอาหารตามปกติ เขาก็ได้พบกับ Rae Dawn Chong นักแสดงหญิงและผู้กำกับในวงการ Hollywood ที่ได้มากินอาหารที่ร้าน โดยเธอถูกตาต้องใจกับ Chris และได้ทาบทามเขาให้ไปเล่นภาพยนตร์เขย่าขวัญที่เธอกำกับเองเรื่อง Cursed Part 3 (เป็นหนังสยองขวัญนะ) ทำให้ชีวิตของเขาได้เริ่มเข้ามาสู่วงการการแสดงหลังจากนั้น  

 

 

คริส แพรตต์ เข้าวงการ

คริสสมัยเริ่มเข้าวงการ และ Rae Dawn Chong ซึ่งเป็นผู้กำกับหนังเรื่อง The Cures 3 ในขณะนั้น

 

ต่อมาเขาได้เป็นที่รู้จักจากการเป็นนักแสดงทางทีวี จาก Series เรื่อง Everwood แล้วก็ได้รับบทบาทนักแสดงสมทบที่ค่อนข้างเด่นจาก Wanted และจากนั้นเขาก็เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ จนมาโด่งดังเป็นพลุแตกกับ Guardian of The Galaxy

 

Chris เคยกล่าวเกี่ยวกับตอนที่เขาทำงานเป็นเซลล์แมนว่า “ผมค่อนข้างเก่งเลยล่ะ” เขาได้กล่าวว่าการที่ได้เป็นเซลล์แมนนั้นได้ให้ประสบการณ์ที่ดีมากกับเขา เป็น “การฝึกฝนที่เจ๋งมาก” เพราะว่างานขายนั้นได้ทำให้เขาได้พบและคุ้นเคยกับการ “ถูกปฏิเสธ” เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้เขาค่อนข้างสตรอง และได้เสริมสร้างความเชื่อในพระเจ้าให้กับเขา

 

ภาพยนตร์ เดอะการ์เดี้ยนออฟดิกาแลคซี่
ภาพยนตร์ การ์เดี้ยนออฟดิกาแลคซี่  (Guardians of the Galaxy)

 

“เรื่องนี้แหละที่ทำให้ผมเชื่อในพระเจ้า ผมรู้สึกว่าชีวิตของผมนั้นได้ถูกวางแผนการมาอย่างสมบูรณ์แบบ ผู้คนมักจะพูดถึงการถูกฏิเสธจากวงการ Hollywood ว่ามันเป็นประสบการณ์ที่แย่มาก และผมก็อยากจะบอกพวกเขาว่า …

 

พวกคุณนี่เพ้อเกินไปละ
คุณเคยถูกใครบางคนปล่อยหมาออกมาไล่กัดคุณตอนคุณไปออดิชั่นหรือเปล่าล่ะ?”

 

 

บทบาทของคุณพ่อที่มีเปี่ยมไปด้วยความเชื่อ

เหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ Chris มีความมั่นคงในความเชื่อที่แรงกล้านั้นมาจากการที่ลูกชายของเขา Jack นั้นได้คลอดก่อนกำหนดถึง 9 สัปดาห์ ตอนนั้นหมอเองก็ไม่มั่นใจว่า Jack จะมีโอกาสรอดไหม จากเหตุการณ์นั้น Chris และ Anna Faris ภรรยาของเขา ได้อธิษฐานกันหนักมาก “เป็นเวลาแห่งความหวาดกลัวที่ยาวนานมากสำหรับพวกเรา พวกเราอธิษฐานกันหนักมาก” Chris กล่าว

และในที่สุดคำอธิษฐานของเขาก็ได้รับคำตอบ พระเจ้าทรงรักษาเยียวยา Jack จนแข็งแรงและตอนนี้ก็อายุได้เกือบ 5 ขวบแล้ว และจากเหตุการณ์นั้นก็ได้ทำให้ความเชื่อในพระเจ้าของเขาเข้มเข็งมากขึ้น

 

คริส แพรตต์ และ แจ็ค ลูกชาย

 

“สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นรื้อฟื้นความเชื่อและศรัทธาของผมในพระเจ้า ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีและต้องการรื้อฟื้นนะ แต่ผมหมายถึงมันได้กำหนดนิยามใหม่ให้กับความเชื่อของผมเลย ลูกน้อยของผมที่เกิดออกมานั้นน่ารักมากสำหรับเราทั้งสองคน และเมื่อผมมองไปที่รูปถ่ายของเขาตอนนั้น คือเวลาที่คนอื่นมองมาพวกเขาอาจจะถึงกับตกใจนะ แต่สำหรับเรา (Chirs กับ Anna Farris) เขาช่างงดงามและสมบูรณ์แบบ”

 

จากชีวิตของเขา ทำให้เราได้เห็นว่า Chris นั้น เป็นคนที่มีความเชื่อในพระเจ้าอย่างแรงกล้า และมากไปกว่านั้น การแสดงออกถึงความเชื่อต่อสาธารณชนของเขานั้นชัดเจนมาก โดยเขามักจะบอกเรื่องราวความเชื่อของเขาออกสื่อโซเชียลมีเดียเสมอ เช่น การยกข้อพระคัมภีร์มาอ้างอิงเรื่องต่างๆ  การอธิษฐานขอพระเจ้ารักษาเยียวยาลูกชายของเขาที่คลอดออกมาก่อนกำหนด การฝากให้คนอื่นอธิษฐานเผื่อเรื่องต่างๆ โดยพี่ชูใจขอนำตัวอย่างบางส่วนมาให้น้องๆ ได้มีโอกาสได้เห็นกัน

 

 

Chirst มักจะขอให้แฟนๆ รวมพลังอธิษฐานเผื่อ

 

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นักแสดงและผู้อำนวยการสร้าง Kevin Smith ได้พบกับภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่ง Chris ก็ได้ทวีตบอกกับแฟนๆ ให้ช่วยกันอธิษฐานเผื่อให้พระเจ้าเยียวยาและฟื้นฟูเขาด้วย ว่า

 


“Kevin  ผมรู้ว่าเราอาจไม่ได้รู้จักกันดีมาก แต่ผมก็รักคุณนะ ตั้งแต่หนังเรื่อง Clerks และผมก็อธิษฐานเผื่อคุณอยู่เพราะผมเชื่อมั่นในพลังของการอธิษฐานเพื่อการรักษาเยียวยา ทุกคนได้โปรดช่วยกันอธิษฐานไปกับผมได้ไหม?”

 

อีกครั้งหนึ่งที่น่าประทับใจเมื่อ Chris ได้ให้แฟนๆ ในทวิตเตอร์อธิษฐานเผื่อเด็กผู้ชายที่ชื่อ Sam ซึ่งกำลังต่อสู้กับมะเร็งสมอง โดยเขาได้กล่าวถึงพลังของการอธิษฐานที่ได้ช่วยลูกชายของเขาและหนุนใจให้คนอื่นๆ อธิษฐานเผื่อ Sam เช่นกัน

 


ซึ่งแปลความว่า “พลังแห่งการอธิษฐานนั้นช่วยชีวิตลูกชายของผม เด็กผู้ชายคนนี้ที่ชื่อแซมต้องการปาฏิหาริย์ ได้โปรดอธิษฐานเผื่อเขา ถึงแม้ว่าคุณจะไม่เคยอธิษฐานมาก่อนก็ตาม แต่ผมอยากให้คุณลอง”

 

และอีกทวิตหนึ่ง เขาโพสต์ว่า

 

‘Lord I pray for Sam. May you put your healing hand on him father.
May his family find grace in this difficult time.’


“พระเจ้า ลูกทูลขอพระองค์สำหรับ Sam ขอพระองค์ทรงวางพระหัตถ์
แห่งการเยียวยาลงบนเขาด้วยเถิดพระบิดา ขอให้ครอบครัวของเขา
ได้พบกับพระคุณของพระองค์ในเวลาที่ยากลำบากนี้”

 

นอกจากนี้ Chris มักจะแบ่งปันเรื่องราวดีๆ จากประสบการณ์ที่ได้ไปเยี่ยมเด็กๆ ที่โรงพยาบาล โดยเฉพาะเด็กๆ ที่กำลังต่อสู้กับโรคร้ายแรง ซึ่งทุกครั้งที่เขาแบ่งปันเรื่องราวเหล่านี้เขามักจะโพสต์ข้อพระคัมภีร์มาประกอบข้อความและรูปที่เขาโพสต์ด้วย

 

 

Chris ไม่เคยลืมที่จะพูดเรื่องพระเจ้าในสื่อเมื่อเขาได้รับรางวัล

 

ในปี 2017 เมื่อเขากำลังจะมีชื่อและรอยประทับอยู่บนดวงดาวแห่ง the Hollywood Walk of Fame เขาได้โพสต์ใน IG ว่า


‘Psalm 126:3 “The LORD has done great things for us, and we are filled with joy.”
Thank you to the many, many people who empowered me to follow my dreams.’

“สดุดี 126:3 พระเจ้าทรงกระทำการมโหฬารให้เรา เราจึงมีความยินดี”
ผมขอขอบคุณสำหรับหลายๆ คน หลายๆ คนที่ได้เสริมกำลังเรี่ยวแรงให้ผมเดินตามความฝันของผม

 

เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อและได้พูดถึงแม่ของเขาว่าได้ปั้นแต่งเขาขึ้นมายังไง และเขาเชื่อว่าแม่ของเขาคือของขวัญแสนวิเศษที่ส่งตรงมาให้จากพระเจ้า

 

“ผมเป็นคนแห่งความเชื่อนะ และผมเชื่อว่าพระเจ้าทรงทำการในทางลี้ลับและทรงให้สัญญาณและให้ของขวัญกับเราในชีวิต และบรรดาของขวัญเหล่านั้นบ่อยครั้งก็มาในรูปแบบของมนุษย์ แม่ของผมนั้นจ่ายราคาด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มีในทุกๆ อณูของร่างกายของแม่เพื่อเลี้ยงดูพวกผมมาจนโต เราไม่ได้ร่ำรวยเงินทองนะ  แต่เราไม่เคยยากจนในความรัก แม่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างและภาคภูมิใจในตัวผมอยู่เสมอ มากกว่าอะไรทั้งหมด”

 

คริส แพรตต์ รับรางวัล

 

ครั้งหนึ่งที่เขาได้รับรางวัล the Choice Sci-Fi Movie Actor Award จากเวที Teen Choice Awards จากบทบาทในเรื่อง Guardian of the Galaxy Vol.2 โดยในช่วงหนึ่งของคำกล่าวนั้นเขาได้พูดบนเวทีว่า


“I would not be here with the ease and grace I have in my heart
without my lord and saviour, Jesus Christ,


“ผมคงไม่สามารถมายืนอยู่ตรงนี้โดยเปี่ยมด้วยสันติสุขและพระคุณที่อยู่ในใจของผม
โดยปราศจากพระเยซูคริสต์
พระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของผม”

(อ้างจาก : https://www.youtube.com/watch?v=6MnWQ9q-Mpw)

 

Chris นั้นเคยเคยกล่าวว่าเขานั้นมีความสุขมากๆ ที่ได้บอกเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อของเขาออกสื่อ และล่าสุดที่เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโซเชียลมีเดียในวงการคริสเตียนไทยและทั่วโลกจนทำให้หลายๆ คนประทับใจและรักในตัวพี่หมีมากขึ้น นั้นก็คือการที่ Chris ได้ถูกคัดเลือกให้ได้รับรางวัล Generation Award จากเวที MTV Movie & TV Awards 2018 ซึ่งคำกล่าวตอบรับรางวัลของเขานั้นได้มีการประกาศเรื่องราวของพระเจ้าอย่างชัดเจน โดยแทรกอยู่ใน “กฏ 9 ข้อของการใช้ชีวิต จาก Chris Pratt” ที่เขาบอกไว้อย่างชัดเจนว่าขอมอบให้กับ “คนรุ่นต่อไป” โดยเรื่องราวของพระเจ้าที่เขาได้แทรกไว้มีดังนี้ว่า…

 

“พระเจ้ามีจริง พระเจ้ารักคุณ พระเจ้าต้องการให้คุณได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
จงเชื่อเถอะ! เพราะผมก็เชื่อ”


“จงเรียนรู้ที่จะอธิษฐาน มันง่ายมาก
และมันดีสำหรับจิตวิญญาณของคุณจริงๆ”


“ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ คนมักกล่าวว่า คุณสมบูรณ์แบบในแบบที่ตัวของคุณเป็นอยู่แล้ว แต่มันไม่ใช่
เพราะคุณไม่มีทางสมบูรณ์แบบ (
Imperfect) และคุณจะไม่สมบูรณ์แบบไปเรื่อยๆ แต่ว่า
มีพลังงานบางอย่างที่สร้างคุณขึ้นมาแบบนั้น และถ้าคุณยอมรับมัน
คุณจะได้รับ “พระคุณ” และ พระคุณ คือ “ของขวัญ” และนั่นเหมือนกับอิสรภาพที่เรามีในประเทศนี้
“พระคุณ” ที่เราได้รับนั้นถูกจ่ายราคาไปด้วย “เลือด” ของใครบางคน
อย่าลืมสิ่งนี้ อย่าเห็นว่าไม่มีค่าหรือเป็นของตาย

 

นี่เป็นเพียงแค่บางส่วนจากชีวิตของ Chris ที่สามารถชูใจคริสเตียนอย่างเราๆ ได้ ว่าการมีชีวิตที่เป็นพระพรนั้นเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตามเราไม่จำเป็นต้องเป็นเหมือนใคร แต่ฉายแสงของพระเจ้าในที่ๆ เรายืน เพราะเราทุกคนถูกสร้างมามีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน พระเจ้าทรงดูที่ท่าทีจิตใจในการรับใช้ของเรามากกว่าสิ่งที่เรามีหรือกระทำ

 

ทำ​นอง​เดียว​กัน​พวก​ท่าน​จง​ส่อง​สว่าง​แก่​คน​ทั้ง​ปวง เพื่อ​ว่า​เมื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​เห็น​ความ​ดี​ที่​ท่าน​ทำ
พวก​เขา​จะ​ได้​สรร​เสริญ​พระ​บิดา​ของ​ท่าน​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์” – (มธ. 5:16)

 

เราทุกคนคือแบบอย่างในการใช้ชีวิตอย่างสัตย์ซื่อที่จะฉายแสงของพระเจ้าอยู่เสมอในชีวิต ใช้ทุกโอกาสไม่ว่าจะเบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง ทำสิ่งที่เราทำได้อย่างดีที่สุด ไม่เพียงแค่บนโซเชียลมีเดีย แต่ให้ชีวิตของเราที่จะสะท้อนความรัก ความสว่างของพระเจ้าให้ออกจากชีวิตของเรา แน่นอนว่าเราทุกคนอาจไม่ได้มีแต่แง่มุมที่ประสบความสำเร็จเสมอไป (Chris Pratt ก็เช่นเดียวกัน) แต่หากทุกความสำเร็จหรือล้มเหลวนั้นเรามีพระเจ้าอยู่ด้วย ทุกอย่างก็เป็นสิ่งดีในท้ายที่สุดเสมอ

 

 

เรา​รู้​ว่า​เหตุ​การณ์​ทุก​อย่าง​ร่วม​กัน​ก่อ​ผล​ดี​แก่​คน​ที่​รัก​พระ​เจ้า
คือ​แก่​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​พระ​องค์​ทรง​เรียก​ตาม​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​องค์

(โรม 8:28)

 

ด้วยรักและชูใจจ้า

 

 

 


อ้างอิงเยอะแยะมากมาย :

 


Previous Next

  • Author:
  • ชายหนุ่มผู้หลงไหลเสียงดนตรี มี "คลาริเน็ต" เป็นเพื่อน วัยเด็กที่ไม่สดใส ได้ผลักดันเขาให้พบสันสันติสุขในพระเจ้า ทุกวันนี้เป็นอาจารย์ฝ่ายพัฒนานักศึกษาในสถาบันพระคัมภีร์ และ มีส่วนในงานรับใช้มากมาย
  • Illustrator:
  • Kawin B.
  • "วินวิน" เด็กสาวเจน Z ที่ออกจาก comfort zone มาลองฝึกงานกับพี่ๆ ทีมชูใจไกลถึงเชียงใหม่ เธอผู้ไม่เคยใช้ชีวิตนอกกรุงเทพมหานครมาก่อน กำลังจะได้เผชิญโลกกว้าง และ explore การรับใฃ้ในรูปแบบอื่นๆ ที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน เป็นกำลังใจให้วินวินผ่านแคมเปญนี้ไปให้ได้ด้วยนะคะ!
  • Editor:
  • นายคนนั้น
  • Blogger ผู้มากความสามารถในงานเขียน เป็นคริสเตียนที่เรียนสังคมวิทยา ฯ มาอย่างโชกโชน สเตตัสปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ และ รับใช้พระเจ้าไปด้วย :)