อดอาหารอธิษฐาน

EP.22

แชร์ประสบการณ์ 25 วัน กับการอดอาหารอธิษฐานครั้งแรก


สวัสดีผู้อ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความนี้… อย่างแรกเลยคือผมต้องขอออกตัวก่อนว่าสิ่งที่คุณกำลังจะอ่านต่อไปนี้ไม่ใช่คู่มือหรือคำแนะนำ แต่เป็นประสบการณ์ของสิ่งที่เกิดขึ้นในความคิด ความรู้สึก และร่างกายของผมตลอดช่วงเวลาของการอดอาหารอธิษฐาน

 

ผมหวังอย่างยิ่งว่าเมื่ออ่านจบแล้ว

คุณจะอยากมีประสบการณ์อดอาหารอธิษฐานเป็นของตัวเองบ้าง

 

____________________

 

เริ่มจากประเด็นแรกเลยก็คือ ทำไมผมถึงคิดอยากอดอาหารอธิษฐาน?

 

เพราะตามตัวอย่างจากพระคัมภีร์แล้ว คนที่อดอาหารอธิษฐานมักจะมีเรื่องที่ต้องการให้พระเจ้าตอบอย่างแรงกล้า เช่น ดาเนียลที่อดอาหารอธิษฐานเผื่อกรุงเยรูซาเล็ม, โมเสสที่เข้าเฝ้าพระเจ้า 40 วัน โดยไม่ทานอะไรเลยเพื่อรับพระบัญญัติ และพระเยซูคริสต์เองที่อดอาหารอธิษฐานก่อนจะต้องเผชิญกับมารซาตาน

สำหรับผม การที่ทำอย่างนี้เพราะแค่อยากจดจ่ออยู่กับพระเจ้าทั้งวันทั้งคืนเหมือนที่พระเยซูกับโมเสสทำ ไม่ใช่เพราะมีความต้องการอยากให้พระเจ้าตอบคำอธิษฐานสำหรับเรื่องอะไรเป็นพิเศษครับ

 

ความตั้งใจจริงของผมคืออดอาหารอธิษฐาน 40 วัน

แต่เอาเข้าจริงก็ทำได้เพียง 25 วัน เท่านั้น

 

อดอาหารอธิษฐาน

 

การอดอาหารอธิษฐานมีหลายแบบ ตัวอย่างเช่น บางคนอดไม่กินเนื้อ บางคนอดไม่กินอะไรเลยยกเว้นเครื่องดื่มต่างๆ หรือบางคนอดไม่กินอะไรเลยยกเว้นน้ำเปล่า ซึ่งผมอดแบบสุดท้ายครับ ดื่มแต่น้ำเปล่าอย่างเดียว

 

“เฮ้ย! นายเอาจริงเหรอ? ไม่กินอะไรเลยแล้วจะอยู่ได้ไหม?”

 

นี่คือคำถามแรกที่วนเวียนอยู่ในหัว (และมีมาเสมอเป็นระยะ) แต่ด้วยความตั้งใจเดิมว่าจะจดจ่ออยู่กับพระเจ้า เลยไม่อยากให้ความคิดเหล่านี้มาทำให้เสียความตั้งใจไป

 

พอดีกับที่ผมอยู่ในช่วงเข้าการเข้าอบรม “สัมพันธ์สนิท” โดยมีอาจารย์ ชัยราช กิจเกื้อกูล เป็นวิทยากรในช่วงแรกที่เริ่มอดอาหาร เลยถือโอกาสขอให้อาจารย์ท่านมาเป็นที่ปรึกษาสำหรับนักอดอาหารอธิษฐานมือใหม่อย่างผม

 

อาจารย์: เพราะอะไรถึงอยากอดอาหารอธิษฐานเหรอ?”

ผม: ผมรู้สึกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนบทบาทของตัวเองมามาก ทั้งไปเป็นทหารเกณฑ์ ผู้ช่วยวิจัย ทำงานกับหน่วยงานคริสเตียน และนอกหน่วยงานคริสเตียน ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกว่ามาตรฐานบางอย่างของตัวเองตกลงไปจากน้ำพระทัยของพระเจ้า เลยอยากรื้อฟื้นจิตวิญญาณขึ้นใหม่

 

แล้วท่านก็หนุนใจผมให้พยายามตัดโซเชียลมีเดีย หรือการฟังเพลงทั่วไป แล้วหันมาฟังเพลงคริสเตียนเพิ่มมากขึ้น เพราะสิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถจดจ่ออยู่ที่พระเจ้าได้ พอทำตามคำแนะนำก็ค้นพบว่าการฟังเพลงคริสเตียนในช่วงเวลาของการถืออดทำให้เราอินในความรักของพระเจ้าได้ง่ายกว่าตอนที่เราไม่ได้จดจ่อที่พระองค์อย่างเต็มที่ แม้กระทั่งการอ่านพระคัมภีร์ก็ดูเหมือนจะมีรสชาติมากขึ้นกว่าปกติ

 

แต่สิ่งที่มันสวนทางกับเรื่องฝ่ายจิตวิญญาณก็คงเป็นร่างกายนี่แหละครับ

 

ผ่านไป 1 สัปดาห์ ผมก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย ขนาดว่าเพื่อนคนอื่นไปกินข้าวที่ไหนผมก็ไปด้วยเหมือนปกติ แต่เรางดอาหารแล้วดื่มแค่น้ำเปล่า ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรกับอาหารที่อยู่ตรงหน้าเลย ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองเก่งกาจมากที่ไม่ได้กินอะไรมาเกือบอาทิตย์ แต่ไม่ได้อดอยากหิวโหย อาศัยเพียงจิบน้ำบ่อยๆ กันท้องว่าง พอกลับมาย้อนคิดก็ขอบคุณพระเจ้าที่ผมไม่เป็นโรคกระเพาะ

 

จนเข้าสัปดาห์ที่ 2 ผมจึงเริ่มมีอาการหน้ามืดอยู่นิดหน่อย เพราะพอไม่ได้ทานอะไรแล้วไม่ระวังเรื่องการลุกการนั่ง อันที่จริงผมควรต้องค่อยๆ ขยับตัว แต่ด้วยความห้าวเลยไปเป็นหนึ่งในทีมงานช่วยเลื่อยไม้เพื่อสร้างรางผักให้กับมูลนิธิแห่งหนึ่งมาด้วย ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่มีเป็นลมเป็นแล้งไปซะก่อน

 

สัปดาห์ที่ 3 เป็นสัปดาห์สุดท้ายของการอดอาหารอธิษฐานครั้งนี้สำหรับผม รูปร่างผอมลงอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักลงไป 15 กก. เสื้อผ้าที่เคยใส่ไม่ได้ ก็กลับมาใส่ได้อย่างน่ายินดี พูดตรงๆ คือดีใจมากที่ตัวเองมาได้เกือบครึ่งทาง

 

ตลอดเวลาของการอดอาหารอธิษฐาน กิจกรรมฝ่ายจิตวิญญาณที่ผมจะได้กำหนดไว้คือ ตื่นเช้ามาต้องเฝ้าเดี่ยว (ข้อนี้หลายคนทำเป็นประจำกันอยู่แล้ว) ตอนกลางวันฟังคำเทศนาและใคร่ครวญ ส่วนตอนเย็นก็ฟังพระคัมภีร์จนหลับคาพระสิริไปเลย นอกจากนี้กิจกรรมในชีวิตประจำวันก็ยังเหมือนเดิม ไปทำงาน นอนดูโทรทัศน์ตามปกติ แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือเวลาที่ต้องใช้กับพระเจ้าอย่างตั้งใจ

 

____________________

 

ผ่านไป 20 วัน ผมเริ่มคิดแล้วว่าร่างกายจะไม่ไหว เพราะงานที่ผมทำต้องเดินทางตลอด จึงตัดสินใจปรึกษากับอาจารย์ ท่านก็แนะนำให้ซื้อลูกอมมาอมระหว่างวัน แต่สุดท้ายแล้วร่างกายของผมมันก็ไปต่อไม่ไหว ผมเริ่มมีน้ำลายเยอะขึ้น พอกลืนเข้าไปในท้องก็เต็มไปด้วยน้ำลาย จึงทำให้มีอาการคลื่นไส้ และอาเจียนออกมาเป็นน้ำลายปนน้ำย่อย

 

เป็นอย่างนี้ได้ 5 วันติดต่อกันก็เริ่มเข้าใจว่าอาจจะไม่ไหวแล้วจริงๆ ด้วยความที่เราเองก็เพิ่งทำเป็นปีแรก ช่วงเพิ่งเริ่มยังดีอยู่หรอก แต่เดี๋ยวนี้ต้องอยู่กับความรู้สึกคลื่นไส้ตลอดเวลา น้ำเปล่าที่ผมดื่มก็ต้องเลือก เพราะบางยี่ห้อก็จืดจนขมคอ

 

ที่เล่ามาคือสิ่งประสบการณ์ที่ร่างกายต้องแบกภาระมาตลอด 25 วัน ผมจึงตัดสินใจสิ้นสุดการอดอาหารอธิษฐานสำหรับปีนี้ไว้เพียงเท่านี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือผมรู้สึกผิดและบาปมาก อารมณ์เหมือนมีเพื่อนโยบสามคนมานั่งพูดอยู่ตรงหน้าว่าเราต้องทำไม่ถูกวิธีแน่ๆ คนอื่นยังอยู่ได้ตั้ง 40 วันเลย ทำไมเราถึงทำได้แค่นี้? เรากำลังทำให้พระเจ้าไม่พอพระทัยแน่ๆ สารพัดความคิดติดอยู่ในหัว

 

และตอนนั้นเองที่มีเสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ซึ่งก็คือข้อความจากอาจารย์ที่ให้คำปรึกษานั่นเอง

 

ท่านบอกขอบคุณพระเจ้าที่ผมมีประสบการณ์ที่ดีในการถืออด ส่วนเรื่องที่ผมต้องหยุดก่อนกำหนดก็ไม่ต้องคิดมากว่าเป็นเรื่องของความบาปหรือเป็นสิ่งผิดพลาด เพราะยังไงก็สามารถทำได้อีกในครั้งหน้า เพราะการที่เราได้เริ่มต้นด้วยความพยายามแล้ว เราก็ได้เริ่มต้นมีมีประสบการณ์ใหม่กับพระองค์และการได้มีประสบการณ์นี้เองที่มีความสำคัญมากกว่าจำนวนวันเสียอีก

 

การตอบกลับของข้อความนี้หนุนใจผมมาก ผมรู้สึกว่ามันตอบทุกความรู้สึกผิดทั้งหลายที่มีได้ จนผมเชื่อเลยว่าพระเจ้ากำลังใช้อาจารย์ท่านนี้มาทำลายความคิดลบๆ ในหัวของผม

 

ดังนั้น ประสบการณ์ในการอดอาหารอธิษฐานในครั้งนี้ก็จบลงด้วยความหวังใจ
ว่าการใกล้ชิดกับพระเจ้าแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน

.

หวังว่าคุณจะอยากมีประสบการณ์อย่างนี้เป็นของตัวเองนะครับ

“ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าได้รับแล้ว หรือดีพร้อมแล้ว

แต่ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไปเพื่อที่จะฉวยไว้เพราะพระเยซูคริสต์ทรงฉวยข้าพเจ้าไว้”

(ฟีลิปปี 3:12)


#ชูใจชวนแชร์ เพราะเรารู้ว่าทุกคนมีเรื่องเล่า… ชูใจจึงชวนมา ‘ส่งต่อ’ เรื่องราวที่พระเจ้าทรงทำในชีวิตของคุณเพื่อ ‘ชูใจ’ คนอื่นต่อไป ( <3 อ่านรายละเอียดได้ที่ >> https://www.choojaiproject.org/choojai-forward/ )


Previous Next

  • Author:
  • เรียนจบจิตวิทยามาเพราะอยาก 'ช่วยพัฒนาคน' ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิห่วงใยเยาวชน (YFC) งานของเค้าคือประกาศและสร้างสาวก รักการประกาศสุดใจรองลงไป คือของกินและไอติมแท่ง เพื่อน ๆ เรียกเค้าว่า พีท
  • Illustrator:
  • Emma C.
  • เด็กสาวหน้านิ่งจากเมืองกรุง มุ่งหน้าใช้ชีวิตในเมืองเหนือ พระเจ้านำให้ได้มาทำงานกับชูใจ เธอผู้นี้มีความสามารถหลากหลาย ทั้งวาดภาพ เขียน เรียบเรียง และเอาขามาพาดคอระหว่างนั่งทำงาน เธออินกับการสะกดคำให้ถูกต้องตามราชบันฑิตฯ และมีรสนิยมวินเทจผิดจากความเป็นเจนวาย เป็นหนึ่งใน Avenger ทีมบก.ที่จะมาช่วยชูใจผู้อื่นกัน
  • Editor:
  • Emma C.
  • เด็กสาวหน้านิ่งจากเมืองกรุง มุ่งหน้าใช้ชีวิตในเมืองเหนือ พระเจ้านำให้ได้มาทำงานกับชูใจ เธอผู้นี้มีความสามารถหลากหลาย ทั้งวาดภาพ เขียน เรียบเรียง และเอาขามาพาดคอระหว่างนั่งทำงาน เธออินกับการสะกดคำให้ถูกต้องตามราชบันฑิตฯ และมีรสนิยมวินเทจผิดจากความเป็นเจนวาย เป็นหนึ่งใน Avenger ทีมบก.ที่จะมาช่วยชูใจผู้อื่นกัน
  • Editor:
  • นายคนนั้น
  • Blogger ผู้มากความสามารถในงานเขียน เป็นคริสเตียนที่เรียนสังคมวิทยา ฯ มาอย่างโชกโชน สเตตัสปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ และ รับใช้พระเจ้าไปด้วย :)